เราอยู่ในสังคมเดียวกัน
ไม่ใช่คนละประเทศ ถึงคนที่พยายามสร้างความเกลียดชังต่อพี่น้องมุสลิมในประเทศไทย หากคุณเคยเดินทางมาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
คุณจะเห็นความจริงอย่างหนึ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ คือ ที่นี่เราอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกันมาอย่างยาวนาน
ทั้งพุทธและมุสลิม ไม่ได้แยกกันเป็นโลกคนละใบ ดูได้ง่ายที่สุดจาก “ระบบเศรษฐกิจในชีวิตประจำวัน”
เจ้าของร้านค้า
ธุรกิจ โรงงาน หรือกิจการจำนวนมากยังเป็นพี่น้องชาวพุทธ ขณะเดียวกัน ลูกจ้าง คนงาน
และผู้ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจจำนวนมากก็เป็นพี่น้องชาวมุสลิม
พี่น้องมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวนมาก เป็นเกษตรกร เป็นชาวสวน เป็นชาวไร่ เป็นผู้ผลิตอาหารให้สังคม แต่ในกระบวนการทำเกษตรนั้น ปุ๋ย ยา เครื่องมือการเกษตร และอุปกรณ์ต่าง ๆ ส่วนใหญ่ซื้อจากร้านของพี่น้องชาวพุทธและชาวไทยเชื้อสายจีน
ในขณะเดียวกัน ผลผลิตจากสวนยาง สวนปาล์ม สวนผลไม้ และพืชไร่ของชาวมุสลิม ก็ถูกนำไปขายให้กับพ่อค้า คนกลาง และผู้ประกอบการที่เป็นพุทธและไทยจีน นี่คือความจริงของระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกันทุกวัน เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแค่ในเชิงศาสนา แต่อยู่ด้วยกันในเชิง “ปากท้อง” และ “การดำรงชีวิต” หากวันหนึ่งความเกลียดชังทำให้ความสัมพันธ์นี้พังลง ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เสียหาย แต่ทั้งระบบของพื้นที่จะล้มลงพร้อมกัน เพราะเกษตรกรไม่สามารถอยู่ได้โดยไม่มีร้านค้า และร้านค้าก็ไม่สามารถอยู่ได้โดยไม่มีเกษตรกร
เราอาศัยแรงงานซึ่งกันและกัน
เราพึ่งพารายได้ซึ่งกันและกัน
เรากินข้าวจากระบบเศรษฐกิจเดียวกัน
และอยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน
หากจะบอกว่า
“คนกลุ่มหนึ่งคือศัตรูของชาติ” คำถามคือ แล้วใครกันแน่ที่กำลังทำงานให้ชาติในตลาด
ในร้านค้า ในสวนยาง ในโรงงาน และในโรงเรียนทุกวัน?
ความจริงในพื้นที่ไม่ได้เป็นภาพขาวดำแบบที่บางคนพยายามสร้างพุทธกับมุสลิมไม่ได้อยู่กันด้วยความเกลียดชัง แต่ใช้ชีวิตร่วมกันด้วยความจำเป็น ความไว้ใจ และความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนบ้าน
ความเกลียดชังที่ถูกผลิตซ้ำผ่านคำพูดหรือโซเชียลมีเดีย
ไม่ได้ทำให้ประเทศปลอดภัยขึ้น แต่มันทำให้สังคมอ่อนแอลง เพราะมันทำลาย “ความเป็นมนุษย์ของกันและกัน”
เราทุกคนคือพลเมืองไทย
มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน
มีสิทธิ์เท่าเทียมกัน
และมีหน้าที่ร่วมกันในการดูแลบ้านหลังเดียวกันนี้
3
จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่พื้นที่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่คือพื้นที่ของคนหลากหลายศาสนา
ที่กำลังพยายามมีชีวิตที่ดีขึ้นเหมือนคนไทยทุกจังหวัด ถ้าจะเริ่มต้นแก้ปัญหาใด ๆ อาจไม่ต้องเริ่มจากนโยบายใหญ่โต
แต่เริ่มจากการเลิกมองกันด้วยความกลัว
และเริ่มมองกันด้วยความเข้าใจว่า เราคือผู้ร่วมสร้างสังคมเดียวกัน
ไม่ใช่คู่ขัดแย้งกันโดยกำเนิด.








