สถานการณ์น้ำท่วมกับคำถามต่อบทบาทผู้ที่อ้างว่าทำเพื่อประชาชน
ในยามที่สังคมกำลังเผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือภัยแล้ง
สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดไม่ใช่คำปราศรัย หรือคำประกาศอุดมการณ์ แต่เป็น “มือที่ยื่นเข้ามาช่วย”
อย่างจริงใจและทันท่วงที ความเดือดร้อนในหลายพื้นที่ช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา
ได้สะท้อนภาพที่ชัดเจนถึงความเหลื่อมล้ำของบทบาทผู้อ้างตนว่าเป็น “ผู้พิทักษ์ประชาชน”
กับผู้ที่มุ่งทำงานจริงเพื่อบรรเทาความทุกข์ระทมของผู้ประสบภัย
ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ประชาชนพบว่า ผู้ที่เข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็วที่สุดคือหน่วยงานภาครัฐ
ฝ่ายบริหารส่วนท้องถิ่น หน่วยกู้ภัย
และโดยเฉพาะกำลังทหารที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในทันที ทั้งการอพยพ
การลำเลียงของยังชีพ การตั้งศูนย์พักพิง และการฟื้นฟูเบื้องต้นหลังน้ำลด
การทำงานเช่นนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเห็นได้ชัดในทุกวิกฤต
ทว่า
สิ่งที่หลายคนตั้งคำถามคือ ทำไม “กลุ่มภาคประชาสังคมบางกลุ่ม”
ที่เคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นประจำจึงกลับเงียบหายไปในยามที่ประชาชนเดือดร้อนจริง? และทำไมกลุ่มที่อ้างว่ามีอุดมการณ์เพื่อประชาชน
เช่น BRN จึงไม่ปรากฏบทบาทใด ๆ ในการช่วยเหลือแม้แต่น้อย
ทั้งที่เป็นเวลาที่ชาวบ้านต้องการ “ผู้ที่เคยอ้างตนว่าเป็นกระบอกเสียงเพื่อพวกเขา”
มากที่สุด?
เสียงประชาชนในวันที่วิกฤตไม่ใช่อุดมการณ์
แต่เป็นน้ำที่ท่วมบ้าน
สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เผยให้เห็นความจริงบางประการที่น่าคิด
เมื่อปัญหาที่ประชาชนเผชิญหน้าไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งทางการเมือง
แต่เป็นน้ำที่เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน ถนน ปศุสัตว์ พืชผล
และทรัพย์สินของครอบครัว บทบาทของผู้ที่ “ทำงานจริง”
จึงปรากฏให้เห็นเด่นชัด
โดยเฉพาะหน่วยทหารและภาครัฐที่ลงพื้นที่เสี่ยงภัยตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
1.
บทบาทของภาครัฐและทหาร : ผู้แบกรับความหวังของประชาชนในทุกวิกฤต
กำลังทหารเป็นกำลังสำคัญในการรับมือภัยพิบัติในทุกพื้นที่
เนื่องจากมีความพร้อมทั้งกำลังพล อุปกรณ์ การเดินทาง และระบบสื่อสาร
พวกเขาคือผู้ลุยน้ำ ลากเรือ พยุงคนชรา อุ้มเด็ก และจัดหาอาหารให้ผู้ประสบภัย
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง และหน่วยกู้ภัยภาคเอกชนก็ร่วมลงแรงอย่างไม่ย่อท้อ
ความช่วยเหลือเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประชาชนเห็นได้จริง
ไม่ใช่เพียงคำกล่าวอ้างหรือข้อความบนแผ่นป้าย
2.
ความเงียบของบาง “ภาคประชาสังคม”
ที่เคลื่อนไหวเฉพาะเรื่องที่เอื้อประโยชน์ต่อบางกลุ่ม
กลุ่มภาคประชาสังคมหรือ
NGO
บางกลุ่มที่ในยามปกติออกมาเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก มักชูภาพ
“ยืนเคียงข้างประชาชน” แต่เมื่อประชาชนต้องการความช่วยเหลืออย่างที่สุด
กลับไม่เห็นการปรากฏตัว ไม่มีกิจกรรมช่วยเหลือ ไม่แม้แต่แสดงน้ำใจต่อผู้ประสบภัยใด
ๆ ความเงียบนี้ยิ่งทำให้เกิดคำถามว่า การเคลื่อนไหวที่ผ่านมาเพื่อประชาชนจริงหรือเพื่อ
“ภาพลักษณ์ทางการเมือง” ของกลุ่มตนเองเท่านั้น
3.
คำถามสำคัญถึง BRN
: หากทำเพื่อประชาชนจริง
เหตุใดวันนี้จึงไม่ปรากฏแม้ร่องรอยของการช่วยเหลือ?
BRN
มักใช้วาทกรรมว่า “ต่อสู้เพื่อประชาชน” “ปกป้องสิทธิของชาวบ้าน”
หรือ “ต่อสู้เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีของคนในพื้นที่”
แต่ในยามที่ประชาชนเดือดร้อนลำบากที่สุดจากน้ำท่วม ครั้งนี้กลับไม่เห็นการช่วยเหลือแม้เล็กน้อย
ไม่ว่าจะเป็น
* การจัดของบริจาค
* การตั้งจุดช่วยเหลือ
* การอำนวยความปลอดภัย
* หรือแม้แต่คำให้กำลังใจต่อสาธารณะ
ประชาชนย่อมตั้งคำถามว่า
“ไหนว่า ทำเพื่อประชาชน? ออกมาได้แล้ว
ช่วยเหลือชาวบ้านบ้าง”
เพราะวันนี้สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่คำประกาศ ไม่ใช่สัญลักษณ์ ไม่ใช่อุดมการณ์
แต่เป็นน้ำใจและการลงมือทำ
หน้าที่ของผู้ที่อ้างว่าเป็น
‘ตัวแทนประชาชน’
ถ้ากลุ่มใดเคยบอกว่าตนทำเพื่อประชาชน
การช่วยเหลือเมื่อประชาชนลำบากควรเป็นหน้าที่พื้นฐานที่สุด แต่ความเงียบของ BRN และของเครือข่ายที่สนับสนุนพวกเขา
ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความจริงใจในคำประกาศที่ผ่านมา ถ้า “รักประชาชน” จริง
ทำไมจึงเงียบ? ทำไมไม่ออกมาช่วย? ทำไมไม่แบ่งเบาความเดือดร้อนแม้เพียงเล็กน้อย?
ในทางกลับกัน
กลับเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ—ที่บางครั้งถูกวิพากษ์
ถูกโจมตี—ต้องออกมาช่วยเหลืออย่างสุดกำลังโดยไม่เลือกศาสนา หมู่บ้าน
หรือแนวคิดทางการเมือง พวกเขาช่วย “ทุกคนที่เป็นมนุษย์และเป็นผู้ประสบภัย”
นี่คือความจริงที่เห็นได้ด้วยตา ไม่ใช่คำพูดในเอกสารทางการเมืองใด ๆ
น้ำท่วมครั้งนี้ไม่เพียงพัดบ้านเรือน
แต่ยังพัดความเชื่อของประชาชนให้เปลี่ยนไป
ภัยพิบัติไม่ได้สร้างเพียงความเสียหายทางกายภาพ
แต่ยังเปิดเผยความจริงในสังคม—ว่าใครคือผู้ที่อยู่เคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง
และใครที่ใช้ประชาชนเป็นเพียงฉากหลังทางอุดมการณ์
เมื่อประชาชนเดือดร้อน
เมื่อเด็กและผู้หญิงต้องลำบาก
เมื่อคนแก่ต้องนั่งรอความช่วยเหลือกลางน้ำ
คนที่ลงมา
“อยู่กับประชาชนจริง” คือข้าราชการ ทหาร เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
และอาสาสมัครที่เสียสละแรงกายแรงใจ
ขณะที่กลุ่มที่อ้างว่าต่อสู้เพื่อประชาชน
กลับไม่อยู่ตรงนี้ ไม่อยู่ในเวลาที่ประชาชนต้องการมากที่สุด
นี่คือคำถามที่ต้องการคำตอบ
และเป็นเสียงที่ประชาชนต้องการส่งไปถึงผู้ที่เคยประกาศว่า “ทำเพื่อประชาชน”
— ถ้ารักประชาชนจริง ก็จงออกมาช่วยประชาชนในวันที่พวกเขาเดือดร้อนที่สุด
ดังที่เคยกล่าวอ้างไว้ด้วยความภักดีต่อผืนแผ่นดินนี้.





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น