วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

เจรจาเพื่อสันติ หรือแค่หาช่องทางสู่การแบ่งแยกดินแดน

เจรจาเพื่อสันติ หรือแค่หาช่องทางสู่การแบ่งแยกดินแดน

จากบทความจากวารสาร SURAT ที่ถูกแปล โดย ฮาร่า ชินทาโร ชาวญี่ปุ่นผู้ที่มาอาศัยอยู่ในผื่นแผนดินไทยแต่กลับเคลื่อนไหวให้การสนับสนุน BRN  อีกทั้งยังมีการแชร์ต่อๆกันในเพจแนวร่วมหลายๆเพจ โดยมีการกล่าวโจมตีว่ารัฐไทยตั้งเงื่อนไขเจรจากับ BRN สูงเกินไป โดยเฉพาะเงื่อนไขเรื่อง รัฐเดี่ยว ซึ่งวารสารดังกล่าวเป็นความจงใจที่จะให้ไทยถอยก่อน และเปลี่ยนเงื่อนไขการเจรจา  ทั้งที่หลายเรื่องเป็นหลักที่ไทยเองไม่สามารถถอยได้

-ประเด็นแรก  ลดความรุนแรงก่อนเจรจา มันไม่ใช่เรื่องขอมาก

รัฐไทยขอแค่ BRN หยุดก่อเหตุรุนแรงก่อนที่จะคุยเรื่องใหญ่กันต่อ แต่บทความกลับบอกว่านี่คือ “ภาระไม่สมดุล” เป็นภาระฝ่ายเดียว กล่าวคือ BRN ไม่ยอมรับเงื่อนไขกรหยุดยิง

คำถามคือ… ถ้ายังมีคนวางระเบิดอยู่ ยังมีครูถูกลอบยิง แล้วรัฐควรนั่งโต๊ะเจรจาเฉย ๆ หรือ? ในโลกนี้ไม่มีที่ไหนเจรจากับกลุ่มผู้ก่อการร้าย โดยที่อีกฝ่ายยังไม่ยอมหยุดยิง นี่คือเรื่องพื้นฐาน ไม่ใช่ข้อเรียกร้องที่เกินไป

-ประเด็นที่ 2 พหุวัฒนธรรมต้องอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่แยกออกมา

บทความบอกว่ารัฐไทยต้องยอมรับพหุวัฒนธรรมก่อนถึงจะเจรจาได้ แต่ไม่พูดเลยว่า ในพื้นที่ก็มีโรงเรียนศาสนา ใช้ภาษามลายู มีอัตลักษณ์เฉพาะถมไป

พหุวัฒนธรรมที่แท้จริงคือการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่เอาอัตลักษณ์บางอย่างมาเป็นเหตุผลในการไม่ยอมรับรัฐ

ถ้าใช้คำว่า พหุวัฒนธรรม เพื่อปฏิเสธภาษาไทย ธงชาติ ระบบการศึกษา แบบนั้นมันคือการแยกตัว ไม่ใช่ความหลากหลาย

-ประเด็นที่ 3  รัฐเดียว” ไม่ใช่ข้อแม้ แต่มันคือหัวใจของรัฐธรรมนูญ

บทความบอกว่ารัฐตั้งเงื่อนไขเรื่อง “รัฐเดียว” เพื่อควบคุมโต๊ะเจรจา แต่ในความจริง นี่คือหลักในรัฐธรรมนูญไทย ที่บอกชัดเจนว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรเดียว แบ่งแยกมิได้

การพูดถึงสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเองแบบไม่จำกัดกรอบ ก็ไม่ต่างอะไรกับการปูทางไปสู่การแยกดินแดนในอนาคต รัฐบาลไทยไม่อาจเปิดทางให้เกิดเรื่องนี้ได้  ไม่ใช่เพราะไม่อยากทำ แต่เพราะนี่คือหน้าที่ที่รัฐไหนก็ต้องยืนหยัด

เพราะฉะนั้น อย่าอ้างเลยว่า ต้องการเจรจา ถ้ายังปิดหูปิดตาอีกฝ่าย บทความบอกให้รัฐเปิดใจยอมรับ ความใฝ่ฝันของประชาคมป_ตานี (กี่คน ส่วนใหญ่ของคนสามจังหวัดหรือไม่ ก็ไม่) แต่ไม่ได้พูดถึงเลยว่า แล้วคนในพื้นที่คนกลุ่มใหญ่ ที่ได้รับผลกระทบจาก BRN อีกทั้งกลุ่มคนที่เสียลูก เสียพ่อ เสียครู พระ ชาวบ้านบริสุทธิ์ในเหตุการณ์รุนแรงล่ะ ใครจะเปิดใจให้เขา ถ้าเอาตามความจริง สันติสุขไม่ใช่การที่ฝ่ายหนึ่งได้ทุกอย่าง แล้วอีกฝ่ายต้องยอมหมด โต๊ะเจรจาที่ดีต้องเริ่มจากความจริง  ไม่ใช่จากการเพ้อฝันอยู่ฝ่ายเดียว

#ประเด็นเหล่านี้ ถ้าต้องการจะคุยเจรจากันจริงๆ โต๊ะเจรจาต้องมีความจริงใจไม่ใช่จะมาคุยไป ฆ่าชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น