เจรจาเพื่อสันติ หรือแค่หาช่องทางสู่การแบ่งแยกดินแดน
จากบทความจากวารสาร
SURAT
ที่ถูกแปล โดย ฮาร่า ชินทาโร
ชาวญี่ปุ่นผู้ที่มาอาศัยอยู่ในผื่นแผนดินไทยแต่กลับเคลื่อนไหวให้การสนับสนุน BRN อีกทั้งยังมีการแชร์ต่อๆกันในเพจแนวร่วมหลายๆเพจ
โดยมีการกล่าวโจมตีว่ารัฐไทยตั้งเงื่อนไขเจรจากับ BRN สูงเกินไป
โดยเฉพาะเงื่อนไขเรื่อง รัฐเดี่ยว
ซึ่งวารสารดังกล่าวเป็นความจงใจที่จะให้ไทยถอยก่อน
และเปลี่ยนเงื่อนไขการเจรจา
ทั้งที่หลายเรื่องเป็นหลักที่ไทยเองไม่สามารถถอยได้
-ประเด็นแรก ลดความรุนแรงก่อนเจรจา มันไม่ใช่เรื่องขอมาก
รัฐไทยขอแค่ BRN หยุดก่อเหตุรุนแรงก่อนที่จะคุยเรื่องใหญ่กันต่อ แต่บทความกลับบอกว่านี่คือ
“ภาระไม่สมดุล” เป็นภาระฝ่ายเดียว กล่าวคือ BRN ไม่ยอมรับเงื่อนไขกรหยุดยิง
คำถามคือ…
ถ้ายังมีคนวางระเบิดอยู่ ยังมีครูถูกลอบยิง แล้วรัฐควรนั่งโต๊ะเจรจาเฉย ๆ หรือ? ในโลกนี้ไม่มีที่ไหนเจรจากับกลุ่มผู้ก่อการร้าย
โดยที่อีกฝ่ายยังไม่ยอมหยุดยิง นี่คือเรื่องพื้นฐาน ไม่ใช่ข้อเรียกร้องที่เกินไป
-ประเด็นที่
2
พหุวัฒนธรรมต้องอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่แยกออกมา
บทความบอกว่ารัฐไทยต้องยอมรับพหุวัฒนธรรมก่อนถึงจะเจรจาได้
แต่ไม่พูดเลยว่า ในพื้นที่ก็มีโรงเรียนศาสนา ใช้ภาษามลายู มีอัตลักษณ์เฉพาะถมไป
พหุวัฒนธรรมที่แท้จริงคือการอยู่ร่วมกัน
ไม่ใช่เอาอัตลักษณ์บางอย่างมาเป็นเหตุผลในการไม่ยอมรับรัฐ
ถ้าใช้คำว่า
พหุวัฒนธรรม
เพื่อปฏิเสธภาษาไทย ธงชาติ ระบบการศึกษา แบบนั้นมันคือการแยกตัว
ไม่ใช่ความหลากหลาย
-ประเด็นที่
3 “รัฐเดียว” ไม่ใช่ข้อแม้
แต่มันคือหัวใจของรัฐธรรมนูญ
บทความบอกว่ารัฐตั้งเงื่อนไขเรื่อง
“รัฐเดียว” เพื่อควบคุมโต๊ะเจรจา แต่ในความจริง นี่คือหลักในรัฐธรรมนูญไทย
ที่บอกชัดเจนว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรเดียว แบ่งแยกมิได้”
การพูดถึงสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเองแบบไม่จำกัดกรอบ
ก็ไม่ต่างอะไรกับการปูทางไปสู่การแยกดินแดนในอนาคต
รัฐบาลไทยไม่อาจเปิดทางให้เกิดเรื่องนี้ได้
ไม่ใช่เพราะไม่อยากทำ แต่เพราะนี่คือหน้าที่ที่รัฐไหนก็ต้องยืนหยัด
เพราะฉะนั้น อย่าอ้างเลยว่า
ต้องการเจรจา ถ้ายังปิดหูปิดตาอีกฝ่าย บทความบอกให้รัฐเปิดใจยอมรับ
ความใฝ่ฝันของประชาคมป_ตานี (กี่คน ส่วนใหญ่ของคนสามจังหวัดหรือไม่ ก็ไม่) แต่ไม่ได้พูดถึงเลยว่า
แล้วคนในพื้นที่คนกลุ่มใหญ่ ที่ได้รับผลกระทบจาก BRN อีกทั้งกลุ่มคนที่เสียลูก
เสียพ่อ เสียครู พระ ชาวบ้านบริสุทธิ์ในเหตุการณ์รุนแรงล่ะ ใครจะเปิดใจให้เขา
ถ้าเอาตามความจริง สันติสุขไม่ใช่การที่ฝ่ายหนึ่งได้ทุกอย่าง
แล้วอีกฝ่ายต้องยอมหมด โต๊ะเจรจาที่ดีต้องเริ่มจากความจริง ไม่ใช่จากการเพ้อฝันอยู่ฝ่ายเดียว
#ประเด็นเหล่านี้ ถ้าต้องการจะคุยเจรจากันจริงๆ
โต๊ะเจรจาต้องมีความจริงใจไม่ใช่จะมาคุยไป ฆ่าชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ไป

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น