สื่อมาเลเซียตั้งคำถาม!
เมื่อความรุนแรงพรากชีวิตครูแม่ลูกอ่อน
เหตุการณ์การเสียชีวิตของนางฟาตีเมาะ
ยาโงะ ครูหญิงผู้กำลังอุ้มลูกน้อยอยู่ในอ้อมแขน
ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนจำนวนมากในจังหวัดชายแดนภาคใต้และสังคมไทยโดยรวม
เพราะไม่ว่าจะมีความขัดแย้งทางการเมือง อุดมการณ์ หรือข้อเรียกร้องใด ๆ ก็ตาม
การใช้ความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก
ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้
ความสูญเสียครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในรายงานข่าว
แต่คือชีวิตของแม่คนหนึ่ง
คืออนาคตของเด็กคนหนึ่งที่ต้องเติบโตขึ้นโดยปราศจากอ้อมกอดของมารดา
และคือความเจ็บปวดของครอบครัวที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างไม่มีวันหวนกลับ
สื่อในประเทศมาเลเซียได้ตั้งคำถามต่อเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
ว่าการสังหารครูหญิงผู้บริสุทธิ์เช่นนี้สามารถอ้างว่าเป็นการต่อสู้เพื่อศาสนาหรือความยุติธรรมได้อย่างไร
คำถามนี้ไม่ใช่เพียงคำถามที่ส่งถึงผู้ก่อเหตุเท่านั้น
แต่ยังเป็นคำถามที่สังคมทั้งโลกกำลังรอคำตอบ
ในหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม
การฆ่าผู้บริสุทธิ์ถือเป็นบาปร้ายแรงอย่างยิ่ง
ไม่ว่าผู้เสียชีวิตจะเป็นคนเชื้อชาติ ศาสนา หรือสถานะใดก็ตาม
ชีวิตมนุษย์มีคุณค่าและต้องได้รับการคุ้มครอง
การนำศาสนามาเป็นข้ออ้างในการใช้ความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์จึงเป็นเรื่องที่ขัดต่อหลักคุณธรรมและจริยธรรมอย่างชัดเจน
หากผู้ที่อ้างว่าต่อสู้เพื่อประชาชน
แต่กลับทำให้ประชาชนต้องเสียชีวิต หากผู้ที่อ้างว่าปกป้องชุมชน
แต่กลับสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้หญิง เด็ก ครู และประชาชนทั่วไป
ย่อมเป็นเรื่องที่สังคมมีสิทธิ์ตั้งคำถามว่า
เป้าหมายที่แท้จริงของการกระทำเหล่านั้นคืออะไร
สิ่งที่น่าเศร้ายิ่งกว่าคือ
ในทุกครั้งที่เกิดเหตุรุนแรง ผู้ที่ต้องรับเคราะห์มักเป็นประชาชนธรรมดา
ผู้ที่ไม่มีอาวุธ ผู้ที่กำลังใช้ชีวิตอย่างปกติ
และผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งใด ๆ เลย
สังคมควรร่วมกันส่งเสียงประณามการใช้ความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์อย่างชัดเจนและเสมอภาค
ไม่ว่าจะผู้ก่อเหตุจะเป็นฝ่ายใดหรือมีอุดมการณ์ใดก็ตาม
เพราะมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนและคุณค่าของชีวิตมนุษย์ไม่ควรถูกเลือกปฏิบัติ
การเรียกร้องความยุติธรรม
การแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง หรือการแสวงหาทางออกทางการเมือง
สามารถดำเนินการได้ผ่านกระบวนการสันติวิธี
แต่การใช้อาวุธกับผู้บริสุทธิ์ไม่เคยนำไปสู่สันติภาพที่แท้จริง
มีเพียงการสร้างความสูญเสีย ความเกลียดชัง และวงจรความรุนแรงที่ยืดเยื้อต่อไป
ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนางฟาตีเมาะ
ยาโงะ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้
พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในหลักมนุษยธรรม เคารพคุณค่าของชีวิตมนุษย์
และร่วมกันปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ
เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสังคมไทยอีกต่อไป.






