ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ
“การเสียชีวิต” และคำว่า “ชะฮีด” ในศาสนาอิสลาม
ศาสนาอิสลามสอนให้มนุษย์ตระหนักว่า
ชีวิตและความตายเป็นสิ่งที่อยู่ภายใต้พระประสงค์ของอัลลอฮฺ
ทุกชีวิตที่เกิดมาบนโลกนี้ย่อมมีวันสิ้นสุด และการเสียชีวิตในมุมมองของอิสลาม
ไม่ใช่จุดจบของการมีอยู่ แต่คือ การกลับคืนสู่ผู้สร้าง คือ อัลลอฮฺ
ผู้ทรงกำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์ทุกคน
ในหลักความเชื่อของอิสลาม มุสลิมเชื่อว่าเมื่อมนุษย์เสียชีวิต วิญญาณของเขาจะกลับไปสู่พระผู้เป็นเจ้า และการจากไปนั้นย่อมเกิดขึ้นตามเวลาที่อัลลอฮฺได้กำหนดไว้แล้ว ไม่มีผู้ใดสามารถเลื่อนหรือหลีกหนีจากกำหนดนั้นได้
การเสียชีวิตที่ประเสริฐในมุมมองของอิสลาม
อิสลามให้เกียรติแก่การเสียชีวิตที่เกิดขึ้นในสภาพที่มนุษย์ยังคงอยู่ในความศรัทธาและการรำลึกถึงอัลลอฮฺ
การเสียชีวิตที่ถือว่าประเสริฐที่สุดคือ การจากโลกนี้ไปในสภาพที่หัวใจยังผูกพันกับพระผู้เป็นเจ้า
ใบหน้าสงบ เรียบง่าย และเต็มไปด้วยความพึงพอใจต่อพระประสงค์ของพระองค์
มุสลิมจำนวนมากเชื่อว่า หากผู้ใดเสียชีวิตในสภาพเช่นนั้น ย่อมเป็นสัญญาณถึงความเมตตาจากอัลลอฮฺ และเป็นการกลับคืนสู่พระองค์ด้วยความสงบและเกียรติ
ความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ชะฮีด”
ในอิสลาม
คำว่า “ชะฮีด” (Shahid)
หมายถึง “ผู้ที่เป็นพยาน”
หรือผู้ที่เสียชีวิตในสภาพที่ได้รับเกียรติจากอัลลอฮฺ
ซึ่งในหลักศาสนาไม่ได้จำกัดเฉพาะการเสียชีวิตในสนามรบเท่านั้น
ในคำสอนของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) มีการกล่าวถึงการเสียชีวิตหลายลักษณะที่ได้รับเกียรติเป็น ชะฮีด เช่น
- ผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือเหตุสุดวิสัย
- ผู้ที่เสียชีวิตจากการจมน้ำ
- ผู้หญิงที่เสียชีวิตระหว่างการคลอดบุตร
- ผู้ที่เสียชีวิตจากโรคภัยบางชนิด
- ผู้ที่เสียชีวิตขณะปกป้องชีวิต
ทรัพย์สิน หรือเกียรติของตนและครอบครัว
- ผู้ที่เสียชีวิตขณะปกป้องบ้านเมืองหรือแผ่นดิน
การเสียชีวิตในลักษณะเหล่านี้ ถือว่าเป็น ชะฮีดตามพระประสงค์ของอัลลอฮฺ ผู้สร้างทรงกำหนดชะตาชีวิตไว้แล้ว และผู้เสียชีวิตจะได้รับความเมตตาและการอภัยโทษจากพระองค์
การเสียชีวิตเพื่อปกป้องศาสนาและความยุติธรรม
ในบางกรณี
อิสลามให้เกียรติแก่ผู้ที่เสียชีวิตขณะปกป้องศาสนา ความยุติธรรม
และศักดิ์ศรีของความดีงาม การเสียชีวิตเช่นนี้ในประวัติศาสตร์อิสลามถูกเรียกว่า มุจาฮีดิน
(Mujahidin)
ผู้ต่อสู้เพื่อปกป้องความถูกต้อง
ผู้เสียชีวิตลักษณะนี้ได้รับเกียรติในหลักศาสนา
เช่น การจัดการศพที่แตกต่างจากศพทั่วไป โดยบางกรณีจะ ไม่ต้องอาบน้ำศพ
และฝังในสภาพเสื้อผ้าที่เสียชีวิต เนื่องจากถือว่าเป็นเกียรติสูงในทัศนะของอิสลาม
อย่างไรก็ตาม
อิสลาม
ไม่เคยสอนให้มีการแห่ศพ ตะโกนโห่ร้อง หรือยกย่องเกินขอบเขต
เพราะศาสนาสอนให้ดำเนินการอย่างเรียบง่าย สุภาพ และให้เกียรติแก่ผู้เสียชีวิต
การแอบอ้างคำว่า
“ชะฮีด” ของผู้ก่อความรุนแรง
ในบางพื้นที่
โดยเฉพาะพื้นที่ความขัดแย้ง มีบุคคลบางกลุ่มพยายาม นำคำว่า “ชะฮีด” มาแอบอ้าง
เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการกระทำของตน
การกระทำเช่น
- การยิงหรือสังหารผู้บริสุทธิ์
- การฆ่าผู้นำศาสนา
- การทำร้ายคนชรา
ผู้หญิง และเด็ก
- การก่อเหตุระเบิดหรือทำลายทรัพย์สินสาธารณะ
- การสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน
การกระทำเหล่านี้
ขัดต่อหลักคำสอนของอิสลามอย่างชัดเจน
อิสลามสอนให้
คุ้มครองชีวิตมนุษย์ และถือว่าการฆ่าผู้บริสุทธิ์เป็นบาปใหญ่
ดังที่มีความหมายในคัมภีร์อัลกุรอานว่า “ผู้ใดฆ่าชีวิตหนึ่งโดยมิได้มีเหตุอันชอบธรรม
เสมือนว่าเขาได้ฆ่ามนุษยชาติทั้งหมด”
ดังนั้น
ผู้ที่ก่อเหตุรุนแรง สังหารผู้บริสุทธิ์ แล้วอ้างว่าตนเป็น มุจาฮีดิน หรือ ชะฮีด
จึงเป็นการบิดเบือนหลักศาสนา
และไม่สามารถถือว่าเป็นการเสียชีวิตในหนทางของศาสนาได้
การจัดการศพในอิสลาม
เมื่อมีผู้เสียชีวิตลง
การจัดการศพในอิสลามถือเป็น ฟัรฎูกิฟายะห์ (หน้าที่ของสังคมมุสลิม)
ที่จะต้องช่วยกันดำเนินการ
ขั้นตอนสำคัญ
ได้แก่
- การอาบน้ำศพ
- การห่อผ้ากะฝั่น
- การละหมาดญะนาซะห์
- การฝังศพอย่างเรียบง่าย
การดำเนินการศพจะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ
ครอบครัว ญาติ และผู้นำศาสนา ซึ่งเป็นผู้รู้ในหลักศาสนา
เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติที่ถูกต้อง
บุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ควรเข้าไปแทรกแซง
เพราะในหลักศาสนาถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและต้องให้เกียรติแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต
ปัญหาความรุนแรงกับศาสนาอิสลาม
ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่
ไม่ควรถูกนำไปเชื่อมโยงกับศาสนาอิสลาม เพราะการกระทำของบุคคลเพียงบางคน ไม่สามารถแทนคำสอนของศาสนาได้
อิสลามสอนให้มนุษย์ดำเนินชีวิตด้วย
- ความพอดี
- ความเมตตา
- ความยุติธรรม
- และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
ดังนั้น
การก่อเหตุรุนแรงหรือการสังหารผู้บริสุทธิ์จึงเป็น ปัญหาของบุคคลและการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ไม่ใช่คำสอนของศาสนาอิสลาม
อิสลามคือศาสนาแห่งสันติภาพ
แก่นแท้ของอิสลามคือ
สันติภาพ ความสมดุล และความเมตตา คำว่า “อิสลาม”
เองก็มีรากศัพท์เดียวกับคำว่า สลาม ที่หมายถึงสันติและความปลอดภัย
ศาสนาอิสลามจึงสอนให้มนุษย์
- เคารพชีวิตของผู้อื่น
- ไม่สร้างความเดือดร้อนแก่สังคม
- ยืนหยัดในความยุติธรรม
- และดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย
ท้ายที่สุด
มนุษย์ทุกคนจะต้องกลับคืนสู่อัลลอฮฺ
การจากไปที่มีเกียรติที่สุดจึงไม่ใช่การสร้างความรุนแรง แต่คือ การจากไปในสภาพที่หัวใจยังคงศรัทธา
และชีวิตได้ดำเนินไปบนหนทางแห่งความดีงาม
เพราะแท้จริงแล้ว
อิสลามคือศาสนาแห่งสันติ
อิสลามคือศาสนาแห่งความพอดี
และอิสลามคือหนทางสู่สันติสุขที่ยั่งยืน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น