วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

คาดใช้เป็นสถานที่ผลิตระเบิดมานานแล้ว

คาดใช้เป็นสถานที่ผลิตระเบิดมานานแล้ว...!!!!

จากเหตุระเบิดภายในบ้านไม่มีเลขที่ ในพื้นที่บ้านยะลา หมู่ที่ 1 ตำบลยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569(ที่ผ่านมา) ไม่ได้เป็นเพียง “อุบัติเหตุจากความประมาท” หากแต่เป็นสัญญาณอันตรายที่สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวใต้ดินของเครือข่ายก่อความไม่สงบในพื้นที่อย่างชัดเจน

เหตุการณ์ครั้งนี้ ส่งผลให้แนวร่วมที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับ Barisan Revolusi Nasional หรือ BRN คือ นายตัชรี (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี เสียชีวิตภายในที่เกิดเหตุ และบ้านพักได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงระเบิด

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด และพบวัตถุระเบิดหลายลูกถูกนำไปซุกซ่อนไว้บริเวณใกล้บ้าน โดยเฉพาะในกอกล้วยข้างรั้วบ้าน จุดนี้เองที่ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามอย่างหนักว่า สถานที่ดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นแหล่งประกอบหรือพักเก็บระเบิดมานานแล้วหรือไม่

เครือข่ายใต้เงาบ้านเรือนประชาชน

บ้านเรือนคือพื้นที่ปลอดภัยของครอบครัว เป็นที่หลบแดดฝน เป็นที่เติบโตของเด็กและเป็นรากฐานของชุมชน แต่เมื่อบ้านหลังหนึ่งถูกใช้เป็นสถานที่ซุกซ่อนอาวุธสงคราม บ้านก็ไม่ได้เป็นเพียง “บ้าน” อีกต่อไป

กรณีนี้ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญว่า หากมีการนำระเบิดจำนวนหลายลูกไปซุกไว้ข้างบ้านจริง เจ้าของบ้านจะไม่รู้เห็นเลยได้อย่างไร..?

วัตถุระเบิด ไม่ใช่ สิ่งของขนาดเล็ก ที่สามารถนำมาซ่อนโดยไม่มีใครสังเกตเห็น การเคลื่อนไหวเข้าออก การขนย้ายวัสดุ การประกอบอุปกรณ์ ล้วนต้องใช้เวลา ต้องมีการเตรียมการ และย่อมมีร่องรอย

หากบ้านหลังดังกล่าวถูกใช้เป็นฐานผลิตหรือเก็บพักระเบิดมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง นั่นหมายความว่าชุมชนโดยรอบอาจอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว ทุกชีวิตในละแวกนั้นอาจตกอยู่ในอันตรายจากการระเบิดที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

วงจรความรุนแรงที่ฝังตัวในชุมชน ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินมาอย่างยาวนาน หลายเหตุการณ์ในอดีตชี้ให้เห็นรูปแบบซ้ำ ๆ คือ การใช้บ้านพักหรือสิ่งปลูกสร้างในชุมชนเป็นที่ประกอบระเบิด ก่อนนำไปก่อเหตุในพื้นที่สาธารณะ

เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ คำถามไม่ได้อยู่แค่ “ใครทำ” แต่คือ “ใครรู้” และ “ใครนิ่งเฉย

การนิ่งเฉยต่อพฤติกรรมต้องสงสัย คือการปล่อยให้ชุมชนถูกใช้เป็นเครื่องมือ

การเพิกเฉย คือการเปิดทางให้ความรุนแรงเติบโต

ผู้ที่อ้างอุดมการณ์ใดก็ตาม หากต้องอาศัยบ้านเรือนประชาชนเป็นที่ผลิตอาวุธ นั่นสะท้อนให้เห็นว่าความเคลื่อนไหวนั้นไม่ได้ตั้งอยู่บนผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง เพราะสิ่งที่พวกเขาทำคือการนำอันตรายมาซุกไว้ข้างบ้านของผู้บริสุทธิ์

ความรับผิดชอบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในมุมกฎหมายและความมั่นคง การครอบครอง ซุกซ่อน หรือให้ที่พักพิงแก่ผู้ก่อเหตุร้าย ถือเป็นความผิดร้ายแรง แต่ในมุมสังคม ความรับผิดชอบยิ่งลึกกว่านั้น

บ้านหนึ่งหลังอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสูญเสียหลายชีวิต

ระเบิดหนึ่งลูกอาจพรากอนาคตของเด็กคนหนึ่ง

การปล่อยให้มีการผลิตอาวุธในชุมชน คือการยอมให้ความตายตั้งฐานอยู่กลางหมู่บ้าน

คำถามที่สังคมตั้งขึ้น จึงไม่ใช่เพียงการกล่าวหา หากแต่เป็นการเรียกร้องความจริง เพราะหากไม่มีใครรู้เห็นจริง เหตุใดจึงมีระเบิดหลายลูกซุกอยู่ใกล้บ้าน? และหากมีการรู้เห็น ย่อมต้องมีผู้รับผิดชอบ

ชุมชนต้องเลือกข้างระหว่าง “ความกลัว” กับ “ความถูกต้อง

หลายครั้ง ที่ชาวบ้านอาจตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน ความหวาดกลัว หรือการข่มขู่ จึงไม่กล้าแจ้งเบาะแส แต่การเงียบงันย่อมทำให้วงจรความรุนแรงดำรงอยู่ต่อไป

การปฏิเสธไม่ให้บ้านของตนถูกใช้เป็นแหล่งผลิตอาวุธ คือการปกป้องลูกหลาน

การแจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ คือการรักษาชีวิตเพื่อนบ้าน

การยืนหยัดไม่สนับสนุนความรุนแรง คือการประกาศว่าชุมชนต้องการสันติภาพ

ความกลัวอาจทำให้คนเงียบ แต่ความสูญเสียจะทำให้คนเจ็บปวดไปอีกนาน

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรถูกมองข้าม เหตุระเบิดครั้งนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงเหตุการณ์หนึ่งในข่าวรายวัน แต่มันคือสัญญาณเตือนว่าเครือข่ายความรุนแรงยังคงพยายามฝังตัวในพื้นที่ชุมชน

การตรวจพบระเบิดหลายลูกใกล้บ้าน คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีการเตรียมการมากกว่าหนึ่งเหตุการณ์ มันอาจหมายถึงแผนการที่ยังไม่ทันได้ถูกนำไปใช้มันอาจหมายถึงชีวิตอีกหลายชีวิตที่รอดพ้นจากโศกนาฏกรรม การสกัดจับและตรวจพบก่อนเกิดเหตุใหญ่ คือโอกาสของสังคมที่จะหยุดวงจรนี้

สันติภาพเริ่มต้นจากการไม่ยอมให้บ้านเป็นคลังระเบิด

จังหวัดยะลาไม่ควรถูกจดจำด้วยภาพควันไฟและเสียงระเบิดชุมชนไม่ควรต้องหวาดระแวงบ้านข้าง ๆ เด็ก ๆ ไม่ควรเติบโต ท่ามกลางความกลัว

การตั้งคำถามต่อกรณีบ้านหลังนี้จึงไม่ใช่การกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย หากแต่เป็นการปกป้องหลักการพื้นฐานของสังคม คือ ความปลอดภัยของส่วนรวม

หากบ้านหนึ่งหลังถูกใช้ผลิตระเบิดมานานจริง นั่นคือบทเรียนสำคัญว่า ความรุนแรงสามารถซ่อนตัวอยู่ใกล้กว่าที่คิด และหากเรายังปล่อยให้บ้านกลายเป็นคลังอาวุธ

วันหนึ่ง ความสูญเสียอาจไม่หยุดอยู่แค่ในกำแพงบ้านหลังนั้น

สันติภาพจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ตราบใดที่ยังมีคนยอมให้ระเบิดถูกซุกไว้ข้างบ้านของตนเอง.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น