ปฏิเสธการเมืองเนรคุณแผ่นดินไทย
เลือกตั้ง 2569
กำหนดชะตากรรมประเทศ ร่วมกันปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ
การเมืองไม่ใช่เพียงเกมอำนาจของนักเลือกตั้ง
แต่คือเครื่องมือกำหนดทิศทางประเทศ กำหนดความอยู่รอดของรัฐชาติ
และกำหนดอนาคตของลูกหลานไทยทั้งประเทศ การเลือกตั้งปี 2569 จึงมิใช่การเลือก “คนที่ชอบ”
หรือ “พรรคที่โดนใจ” เท่านั้น หากแต่เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญว่า
ประเทศไทยจะเดินไปในทิศทางใด จะยืนหยัดบนหลักอธิปไตย ความมั่นคง
และความเป็นรัฐเดี่ยว
หรือจะเปิดช่องให้แนวคิดที่บ่อนทำลายชาติแทรกซึมเข้าสู่โครงสร้างอำนาจรัฐ
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ความสูญเสียจากเหตุรุนแรง คร่าชีวิตเจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ครู พระ
ผู้นำศาสนา และเด็กเล็ก นับครั้งไม่ถ้วน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่
“ปัญหาเฉพาะพื้นที่” หากแต่คือบาดแผลของทั้งประเทศ เป็นบทพิสูจน์ว่า
ความอ่อนแอทางนโยบาย ความลังเลทางการเมือง และการปล่อยปละละเลยต่อภัยความมั่นคง
จะนำไปสู่หายนะอย่างไร
การเมืองเนรคุณแผ่นดิน:
ภัยเงียบที่อันตรายยิ่งกว่าอาวุธ
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าการใช้ปืนหรือระเบิด
คือ “การเมืองที่เปิดช่องให้แนวคิดแบ่งแยกดินแดนแฝงตัวอยู่ในระบบ”
ไม่ว่าจะมาในรูปของวาทกรรมสิทธิเสรีภาพแบบบิดเบือน การลดทอนบทบาทรัฐ
หรือการสร้างความอิทธิพลให้กับกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงต่อประเทศของตนเอง
สังคมไทยมีสิทธิ์ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า
เหตุใดนักการเมืองบางกลุ่ม บางพรรค จึงมีท่าทีคลุมเครือ ต่อปัญหาการก่อความไม่สงบ
เหตุใดจึงหลีกเลี่ยงการประณามกลุ่มใช้ความรุนแรงอย่างชัดเจน
เหตุใดจึงพยายามผลักดันวาระที่อาจกระทบต่อเอกภาพของรัฐไทย คำถามเหล่านี้ไม่ใช่การใส่ร้าย
แต่คือสิทธิของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ
กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า
บางพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคที่ถูกเรียกขานในสังคมว่า “พรรคสีส้ม”
อาจมีบุคคลหรือเครือข่ายที่มีแนวคิดสอดคล้องกับขบวนการแบ่งแยกดินแดน
หรือมีความเชื่อมโยงเชิงอุดมการณ์กับกลุ่มอย่าง BRN นั้น
รัฐและสังคมไม่ควรปัดตกด้วยคำว่า “เป็นเรื่องการเมือง”
แต่ต้องตรวจสอบอย่างโปร่งใส ชัดเจน และจริงจัง
เพราะรัฐสภาไทยไม่ใช่ที่พักพิงของผู้ที่ไม่ยอมรับความเป็นรัฐเดี่ยวของประเทศไทย
เลือกตั้ง
2569: จุดตัดสินชะตากรรมประเทศ
การเลือกตั้งครั้งหน้า
คือด่านสำคัญที่ประชาชนต้องใช้สติปัญญามากกว่าความรู้สึก ไม่หลงไปกับวาทกรรมสวยหรู
ไม่ตกเป็นเหยื่อการตลาดทางการเมือง
และไม่เลือกผู้แทนที่มีท่าทีคลุมเครือต่ออธิปไตยของชาติ
- ประชาชนต้องถามตัวเองให้ชัด
- พรรคการเมืองใดมีจุดยืนชัดเจนในการปกป้องประเทศ
- พรรคใดกล้าประกาศต่อต้านการแบ่งแยกดินแดนโดยไม่ลังเล
- พรรคใดพร้อมสนับสนุนกฎหมายความมั่นคงอย่างจริงจัง
- และพรรคใดมีประวัติหรือแนวโน้มเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มที่บ่อนทำลายรัฐไทย
การ
“กำจัดแนวร่วมของขบวนการแบ่งแยกดินแดนออกจากรัฐสภา”
ไม่ใช่การละเมิดประชาธิปไตย
แต่คือการปกป้องประชาธิปไตยของรัฐชาติให้ปลอดจากศัตรูภายใน
เริ่มต้นใหม่
ด้วยกฎหมายที่เด็ดขาด
ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเริ่มต้นใหม่อย่างจริงจัง
ผลักดัน พระราชบัญญัติก่อการร้าย ที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย
และไม่เปิดช่องโหว่ให้ผู้สนับสนุนการใช้ความรุนแรงหลบเลี่ยงกฎหมาย
ไม่ว่าจะในรูปแบบการเงิน การโฆษณาชวนเชื่อ หรือการแฝงตัวในองค์กรทางการเมือง
กฎหมายต้องจัดการทั้ง
“ผู้ลงมือ” และ “ผู้หนุนหลัง” อย่างเท่าเทียม ไม่มีข้อยกเว้น
ไม่มีอภิสิทธิ์ทางการเมือง และไม่มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่คิดร้ายต่อชาติ
การยุติความรุนแรงในชายแดนใต้
จะเกิดขึ้นไม่ได้
หากรัฐยังอ่อนข้อให้กับแนวคิดที่ไม่ยอมรับประเทศไทยเป็นบ้านของตนเอง
ความสันติที่แท้จริง ต้องตั้งอยู่บนการเคารพอธิปไตย ไม่ใช่การแลกกับการยอมจำนน
ถึงเวลาที่ประชาชนต้องยืนหยัด
ประเทศไทยไม่ขาดคนดี
ไม่ขาดผู้เสียสละ แต่สิ่งที่ขาดคือ “การตัดสินใจร่วมกันอย่างเด็ดขาด”
ว่าเราจะไม่ยอมให้การเมืองเนรคุณแผ่นดินเข้ามากำหนดอนาคตของชาติอีกต่อไป
การเลือกตั้ง
2569 คือโอกาสของประชาชน
โอกาสในการปกป้องแผ่นดิน
โอกาสในการรักษาอธิปไตย
และโอกาสในการส่งสัญญาณชัดเจนว่า
รัฐสภาไทย
ต้องเป็นของคนที่รักชาติไทยเท่านั้น

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น