วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569

ปฏิเสธการเมืองเนรคุณแผ่นดินไทย

 

ปฏิเสธการเมืองเนรคุณแผ่นดินไทย

เลือกตั้ง 2569 กำหนดชะตากรรมประเทศ ร่วมกันปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ

การเมืองไม่ใช่เพียงเกมอำนาจของนักเลือกตั้ง แต่คือเครื่องมือกำหนดทิศทางประเทศ กำหนดความอยู่รอดของรัฐชาติ และกำหนดอนาคตของลูกหลานไทยทั้งประเทศ การเลือกตั้งปี 2569 จึงมิใช่การเลือก “คนที่ชอบ” หรือ “พรรคที่โดนใจ” เท่านั้น หากแต่เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญว่า ประเทศไทยจะเดินไปในทิศทางใด จะยืนหยัดบนหลักอธิปไตย ความมั่นคง และความเป็นรัฐเดี่ยว หรือจะเปิดช่องให้แนวคิดที่บ่อนทำลายชาติแทรกซึมเข้าสู่โครงสร้างอำนาจรัฐ

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความสูญเสียจากเหตุรุนแรง คร่าชีวิตเจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ครู พระ ผู้นำศาสนา และเด็กเล็ก นับครั้งไม่ถ้วน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่ “ปัญหาเฉพาะพื้นที่” หากแต่คือบาดแผลของทั้งประเทศ เป็นบทพิสูจน์ว่า ความอ่อนแอทางนโยบาย ความลังเลทางการเมือง และการปล่อยปละละเลยต่อภัยความมั่นคง จะนำไปสู่หายนะอย่างไร

การเมืองเนรคุณแผ่นดิน: ภัยเงียบที่อันตรายยิ่งกว่าอาวุธ

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าการใช้ปืนหรือระเบิด คือ “การเมืองที่เปิดช่องให้แนวคิดแบ่งแยกดินแดนแฝงตัวอยู่ในระบบ” ไม่ว่าจะมาในรูปของวาทกรรมสิทธิเสรีภาพแบบบิดเบือน การลดทอนบทบาทรัฐ หรือการสร้างความอิทธิพลให้กับกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงต่อประเทศของตนเอง

สังคมไทยมีสิทธิ์ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า เหตุใดนักการเมืองบางกลุ่ม บางพรรค จึงมีท่าทีคลุมเครือ ต่อปัญหาการก่อความไม่สงบ เหตุใดจึงหลีกเลี่ยงการประณามกลุ่มใช้ความรุนแรงอย่างชัดเจน เหตุใดจึงพยายามผลักดันวาระที่อาจกระทบต่อเอกภาพของรัฐไทย คำถามเหล่านี้ไม่ใช่การใส่ร้าย แต่คือสิทธิของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ

กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า บางพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคที่ถูกเรียกขานในสังคมว่า “พรรคสีส้ม” อาจมีบุคคลหรือเครือข่ายที่มีแนวคิดสอดคล้องกับขบวนการแบ่งแยกดินแดน หรือมีความเชื่อมโยงเชิงอุดมการณ์กับกลุ่มอย่าง BRN นั้น รัฐและสังคมไม่ควรปัดตกด้วยคำว่า “เป็นเรื่องการเมือง” แต่ต้องตรวจสอบอย่างโปร่งใส ชัดเจน และจริงจัง

เพราะรัฐสภาไทยไม่ใช่ที่พักพิงของผู้ที่ไม่ยอมรับความเป็นรัฐเดี่ยวของประเทศไทย

เลือกตั้ง 2569: จุดตัดสินชะตากรรมประเทศ

การเลือกตั้งครั้งหน้า คือด่านสำคัญที่ประชาชนต้องใช้สติปัญญามากกว่าความรู้สึก ไม่หลงไปกับวาทกรรมสวยหรู ไม่ตกเป็นเหยื่อการตลาดทางการเมือง และไม่เลือกผู้แทนที่มีท่าทีคลุมเครือต่ออธิปไตยของชาติ

- ประชาชนต้องถามตัวเองให้ชัด

- พรรคการเมืองใดมีจุดยืนชัดเจนในการปกป้องประเทศ

- พรรคใดกล้าประกาศต่อต้านการแบ่งแยกดินแดนโดยไม่ลังเล

- พรรคใดพร้อมสนับสนุนกฎหมายความมั่นคงอย่างจริงจัง

- และพรรคใดมีประวัติหรือแนวโน้มเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มที่บ่อนทำลายรัฐไทย

การ “กำจัดแนวร่วมของขบวนการแบ่งแยกดินแดนออกจากรัฐสภา” ไม่ใช่การละเมิดประชาธิปไตย แต่คือการปกป้องประชาธิปไตยของรัฐชาติให้ปลอดจากศัตรูภายใน

เริ่มต้นใหม่ ด้วยกฎหมายที่เด็ดขาด

ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเริ่มต้นใหม่อย่างจริงจัง ผลักดัน พระราชบัญญัติก่อการร้าย ที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และไม่เปิดช่องโหว่ให้ผู้สนับสนุนการใช้ความรุนแรงหลบเลี่ยงกฎหมาย ไม่ว่าจะในรูปแบบการเงิน การโฆษณาชวนเชื่อ หรือการแฝงตัวในองค์กรทางการเมือง

กฎหมายต้องจัดการทั้ง “ผู้ลงมือ” และ “ผู้หนุนหลัง” อย่างเท่าเทียม ไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีอภิสิทธิ์ทางการเมือง และไม่มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่คิดร้ายต่อชาติ

การยุติความรุนแรงในชายแดนใต้ จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากรัฐยังอ่อนข้อให้กับแนวคิดที่ไม่ยอมรับประเทศไทยเป็นบ้านของตนเอง ความสันติที่แท้จริง ต้องตั้งอยู่บนการเคารพอธิปไตย ไม่ใช่การแลกกับการยอมจำนน

ถึงเวลาที่ประชาชนต้องยืนหยัด

ประเทศไทยไม่ขาดคนดี ไม่ขาดผู้เสียสละ แต่สิ่งที่ขาดคือ “การตัดสินใจร่วมกันอย่างเด็ดขาด” ว่าเราจะไม่ยอมให้การเมืองเนรคุณแผ่นดินเข้ามากำหนดอนาคตของชาติอีกต่อไป

การเลือกตั้ง 2569 คือโอกาสของประชาชน

โอกาสในการปกป้องแผ่นดิน

โอกาสในการรักษาอธิปไตย

และโอกาสในการส่งสัญญาณชัดเจนว่า

รัฐสภาไทย ต้องเป็นของคนที่รักชาติไทยเท่านั้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น