วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569

เกมการเมืองกับการส่งตัวแทนชิงเก้าอี้ สส. และบททดสอบความตื่นรู้ของประชาชนในพื้นที่ 3 จชต.

เกมการเมืองกับการส่งตัวแทนชิงเก้าอี้ สส. และบททดสอบความตื่นรู้ของประชาชนในพื้นที่ 3 จชต.

ในช่วงเวลาที่การเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่นกำลังเข้าสู่บรรยากาศของการแข่งขันอย่างเข้มข้น พื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้กลับถูกจับตามองเป็นพิเศษ ไม่เพียงเพราะความอ่อนไหวด้านความมั่นคง หากแต่เพราะสัญญาณทางการเมืองที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของบางกลุ่ม ที่ต้องการใช้ “กลไกประชาธิปไตย” เป็นเครื่องมือกำหนดอำนาจและพื้นที่อิทธิพลของตนเองในระยะยาว หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง คือกระแสข่าวและการรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับการที่กลุ่ม BRN ถูกมองว่าส่งตัวแทนหรือสนับสนุนบุคคลบางกลุ่มลงชิงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อปูทางสู่การกำหนดทิศทางพื้นที่ในอนาคต

แม้ข้อเท็จจริงในเชิงกฎหมายจะต้องพิสูจน์อย่างรอบคอบ แต่ในเชิงสังคมและการเมือง ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนความเปราะบางของระบบตัวแทนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ได้อย่างชัดเจน เมื่อประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งคำถามว่า ผู้สมัครเหล่านี้ลงสนามการเมืองเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง หรือเพื่อเสริมสร้างบารมีและอำนาจให้กับกลุ่ม ตระกูล หรือเครือข่ายของตนเอง

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้น คือความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมว่าที่ผู้แทนประชาชนในช่วงใกล้การเลือกตั้ง จากเดิมที่ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ประชาชนแทบไม่เห็นบทบาท ไม่เห็นเงา ไม่เห็นการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง กลับกลายเป็นว่าในช่วงหาเสียง ผู้สมัครจำนวนไม่น้อยเริ่ม “เข้าหา เข้าถึง และคลุกคลี” กับชาวบ้านมากขึ้น เดินเข้าหาชุมชน พูดจาอ่อนน้อม วาดฝันถึงการพัฒนาในอนาคต พร้อมสัญญานานัปการ

คำถามสำคัญคือ แล้วในวันที่ประชาชนเผชิญความทุกข์ยากจริง ๆ ผู้แทนเหล่านี้อยู่ที่ไหน

ในช่วงที่พื้นที่ประสบอุทกภัย น้ำท่วมบ้านเรือน สร้างความเดือดร้อนต่อการดำรงชีวิตของประชาชน กลับแทบไม่ปรากฏภาพของ สส. ในพื้นที่ลงไปช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม ไม่เห็นการตั้งกองทุนช่วยเหลือ ไม่เห็นการประสานหน่วยงานอย่างจริงจัง ไม่เห็นแม้แต่การลงพื้นที่ให้กำลังใจ หรือการช่วยเหลือเบื้องต้น เช่น อาหาร น้ำดื่ม หรือสิ่งจำเป็น ทั้งที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่โดยตรงในการสะท้อนปัญหาและผลักดันความช่วยเหลือจากรัฐ

กรณีของบุคคลจากตระกูล “มะทา” ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ประชาชนในพื้นที่ตั้งคำถามอย่างหนัก ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ปัญหาความเดือดร้อนใกล้ตัว เช่น ฝูงวัวเดินเพ่นพ่านบนถนนบริเวณสี่แยกไปแดงมลายูบางกอบ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักของตนเอง สร้างอุบัติเหตุซ้ำซาก รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านได้รับความเสียหาย มีผู้บาดเจ็บสาหัสหลายราย แต่กลับไม่เห็นการออกมาแสดงความรับผิดชอบหรือการผลักดันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง หากปัญหาใกล้ตัวและส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนยังไม่สามารถจัดการได้ แล้วประชาชนจะคาดหวังอะไรกับการพัฒนาระดับโครงสร้างในอนาคต

ในทำนองเดียวกัน บุคคลจากตระกูล “กูเฮง” ที่ออกหาเสียงตามมัสยิด ใช้ถ้อยคำอ่อนน้อม ล้อมชาวบ้านด้วยวาทกรรมและคำสัญญา ก็ถูกตั้งคำถามไม่ต่างกันว่า ตลอดช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่ง เคยแก้ไขปัญหาสำคัญของพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ด้านใดอย่างเป็นรูปธรรมบ้าง นอกจากการพูดถึงประเด็นเงินกู้หรือโครงการบางส่วนที่ยังไม่ตอบโจทย์ความทุกข์ยากเชิงโครงสร้างของประชาชน

ไม่เพียงเท่านั้น สส. มุสลิมคนอื่น ๆ จำนวนไม่น้อยก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในทิศทางเดียวกัน คือแทบไม่เห็นบทบาทการทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างชัดเจน นอกจากการแสวงหาผลประโยชน์และการสร้างเครือข่ายทางการเมืองให้ตนเอง ขณะที่ปัญหาความยากจน ความไม่ปลอดภัย การศึกษา และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ยังคงวนเวียนอยู่ที่เดิม

ส่วนตระกูล “โต๊ะมีนา” ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงคำถามจากสังคมได้ เมื่อยังคงใช้เรื่องราวในอดีตของบรรพบุรุษมาอ้างอิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แทนที่จะนำเสนอผลงานหรือวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับปัญหาปัจจุบันและอนาคตของพื้นที่

ท้ายที่สุด คำถามที่สำคัญที่สุดจึงตกอยู่กับพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้เองว่า เราจะยังคงเลือกบุคคลเหล่านี้มาเป็นผู้แทนของเราอีกหรือไม่ การเลือกตั้งไม่ควรเป็นเพียงพิธีกรรมตามฤดูกาล แต่คือการตัดสินใจที่กำหนดทิศทางชีวิตของลูกหลานในอนาคต หากการเลือกตั้งกลายเป็นเครื่องมือสร้างอิทธิพลให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือสร้างบารมีให้ตระกูลใดตระกูลหนึ่ง โดยไม่คำนึงถึงความทุกข์ยากของประชาชน การเมืองก็จะไม่อาจเป็นคำตอบของสันติภาพและการพัฒนาได้อย่างแท้จริง

ประชาชนจึงต้องตื่นรู้ ใช้สติ พิจารณาผลงานมากกว่าคำพูด และกล้าตั้งคำถามกับผู้ที่อ้างตนเป็นตัวแทนของเรา เพราะอนาคตของสามจังหวัดชายแดนใต้ ไม่ควรถูกกำหนดด้วยวาทกรรมในฤดูหาเสียง แต่ควรถูกกำหนดด้วยความรับผิดชอบ ความจริงใจ และการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น