งานโยร์ กิจกรรมดะวะห์คือภารกิจแห่งศรัทธา
งานโยร์–งานดะวะห์
: ภารกิจแห่งศรัทธา และความหมายของการรวมพลังผู้เผยแผ่อิสลาม สู่งาน “อิจติมะฮ์โลก
2568” ที่จะเกิดขึ้นบนแผ่นดินยะลา ในช่วงวันที่ 20 - 23 พฤศจิกายน 2568 ณ
มัรกัสบ้านตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา จะกลายเป็นศูนย์กลางการรวมตัวของพี่น้องมุสลิมจากหลากหลายประเทศ
ในงานที่ทั่วโลกรู้จักในชื่อว่า “อิจติมะฮ์โลก” (Ijtima’ World)
งานครั้งนี้จัดโดย
มูลนิธิมาดีนะตุนนูร ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลในพื้นที่ตำบลตาเซะ
และถือเป็นเหตุการณ์สำคัญของโลกมุสลิมที่เกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทยครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
แต่ก่อนจะไปถึงความยิ่งใหญ่ของ “การชุมนุมทางศาสนาระดับโลก”
เราควรมาทำความเข้าใจรากฐานสำคัญที่เป็นหัวใจของงานนี้เสียก่อน นั่นคือ “งานดะวะห์”
และกิจกรรมที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งอย่าง “งานโยร์”
ดะวะห์
คืออะไร ทำไมมุสลิมต้องทำ และทำไมต้องรวมตัวกันจำนวนมาก
คำว่า
“ดะวะห์” (Da’wah)
มีความหมายตรงตัวว่า “การเชิญชวน” แต่ในบริบทอิสลาม ดะวะห์ คือการ
ชักชวนผู้คนให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว และกลับคืนสู่แนวทางของพระเจ้า มันไม่ใช่การบังคับ
ไม่ใช่ภารกิจทางการเมือง และไม่ใช่แนวคิดสุดโต่ง แต่คือ
การทำความดีเพื่อมวลมนุษย์ ที่เริ่มต้นจาก “การปรับปรุงตัวเองก่อน”
แล้วจึงเชิญชวนผู้อื่นต่อไป
หลายคนที่ไม่เคยสัมผัสอาจสงสัยว่า
เหตุใดคนที่ทำงานดะวะห์ จึงต้องออกเดินทาง ต้องไปเป็นกลุ่ม ไปไกล
และต้องรวมตัวกันจำนวนมาก นั่นเพราะ “การชักชวนคนสู่ความดี”
เป็นงานของหัวใจ งานที่ต้องชุบชูศรัทธาอยู่เสมอ การรวมตัวกันจึงเป็น
พื้นที่แห่งการเรียนรู้ การเสริมกำลังใจ และการเตือนตนเองให้กลับสู่พระเจ้า
กลุ่มดะวะห์
และหลักการดะวะห์ ตับลีฆ
ผู้ที่ออกทำดะวะห์เรียกว่า
“ดาอี” (Da’i)
ส่วนการออกเป็นกลุ่มเรียกว่า “กลุ่มดะวะห์”
โดยปกติจะมีประมาณ 7–12 คน และมักใช้ มัสยิดเป็นศูนย์กลาง ของการประชุม วางแผน
และออกเดินทาง จึงเกิดคำว่า “มัรกัส” (Markaz) หรือศูนย์กลางของงานดะวะห์ในแต่ละพื้นที่
อีกคำหนึ่งที่ได้ยินกันบ่อยคือ
“ดะวะห์ ตับลีฆ” ซึ่งหมายถึง “การทำให้ไปถึง” หรือ “การสื่อสารให้ครบถ้วน”
ซึ่งในหัวใจของแนวทางตับลีฆ คือก่อนจะชวนคนอื่น ต้องชวนตัวเองก่อน
ทำให้ผู้ปฏิบัติงานดะวะห์
ต้องผ่านระดับขั้นและการเรียนรู้ เพื่อให้มีความมั่นคงทางศรัทธา เข้าใจหลักการ
และสามารถชักชวนผู้อื่นได้ด้วยความจริงใจ
ดังที่
นิแอ สามะอาลี สมาชิกกลุ่มดะวะห์ได้กล่าวไว้ว่า “แค่คำพูดดี ๆ หนึ่งคำ
ก็ถือเป็นดะวะห์แล้ว แต่ดะวะห์ที่แท้จริงต้องเริ่มจากการพัฒนาตัวเองก่อน
นี่คือที่มาของคำว่า ดะวะห์ตับลีฆ”
รูปแบบการทำงาน ออกดะวะห์มีการกำหนดระยะเวลาแตกต่างกัน
เพื่อฝึกฝนและยกระดับความเข้าใจของผู้ปฏิบัติ ได้แก่
1. 3
วัน :
เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ออกเดือนละครั้ง เพื่อฝึกความเข้าใจพื้นฐาน
2. 40
วัน :
เป็นระดับกลาง
สำหรับผู้ที่เข้าใจหลักการดะวะห์และต้องการพัฒนาศรัทธาอย่างจริงจัง
3. 4
เดือน : ถือเป็นระดับสูงสุดของการฝึกฝน เพื่อสร้างผู้นำศาสนา
ที่สามารถชักชวนประชาชาติกลับสู่ทางของพระเจ้า
ความน่าสนใจคือ
ระยะเวลานี้ไม่จำกัดแค่ในประเทศเท่านั้น แต่รวมถึงการเดินทางไปต่างประเทศ
เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพี่น้องมุสลิมทั่วโลก
เส้นทางประวัติศาสตร์ของงานดะวะห์:
อินเดีย – ปากีสถาน – บังคลาเทศ
งานดะวะห์ในรูปแบบปัจจุบันมีรากฐานจาก
อินเดียช่วงปี พ.ศ. 2467 โดย เมาลานา ซาการียา อัลดะลาวี
ผู้ริเริ่มงานดะวะห์ตับลีฆ ผ่านการชักชวนแบบซาบซึ้งและจริงใจ
จนงานนี้แพร่หลายไปทั่วโลก
ปัจจุบันมี
3 ศูนย์กลางใหญ่ คือ
- มัรกัสนิซามุดิน (อินเดีย)
- มัรกัสไรวิน (ปากีสถาน)
- มัรกัสบังกลาเทศ (Tonggi)
ผู้ที่ทำงานดะวะห์ระยะยาว
จำเป็นต้อง “ผ่าน 3 ประเทศนี้” ซึ่งเรียกว่า IPB
(India–Pakistan–Bangladesh) เพื่อเรียนรู้แก่นแท้ของงานอย่างลึกซึ้ง
งานโยร์ :
การรวมตัวของผู้เผยแผ่ศาสนา เมื่อมีการเดินทางดะวะห์ของกลุ่มต่าง ๆ ทั่วโลก
จึงเกิดกิจกรรมขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “โยร์” (Jor) ซึ่งเป็นการรวมตัวของญะมาอัตดะวะห์
จากหลากหลายพื้นที่ เพื่อฟังบรรยาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์
และเสริมศรัทธาให้เข้มแข็งขึ้น
งานโยร์จัดในหลายประเทศ
เช่น อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, อินเดีย, ปากีสถาน, บังคลาเทศ และมีชาวไทยไปร่วมทุกปี
จุดมุ่งหมายแท้จริงของดะวะห์
หัวใจของงานดะวะห์ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตซับซ้อน
แต่คือการชวนให้มุสลิมปฏิบัติหลักมูลฐานของศาสนา ได้แก่
- ละหมาดครบ 5
เวลา
- ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน
- จ่ายซะกาต
- ทำฮัจญ์เมื่อมีความสามารถ
และเชิญชวนผู้อื่นร่วมปฏิบัติอย่างนุ่มนวล
ด้วยเหตุนี้ ดะวะห์
จึงถูกมองว่าเป็น “งานฟื้นฟูหัวใจมนุษย์”
งานที่พาให้ผู้คนกลับสู่วิถีชีวิตที่ดีงามและสงบสุข สู่การจัดงาน “อิจติมะฮ์โลก
2568” ที่บ้านตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา
การที่ประเทศไทย
- โดยเฉพาะ จังหวัดยะลา - ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก ครั้งนี้
เป็นสิ่งที่สะท้อนถึง 3 เรื่องสำคัญคือ
1.
ความไว้วางใจของโลกมุสลิม : ยะลาถือเป็นศูนย์กลางมัรกัสที่สำคัญในไทยมานาน
ได้สร้างบุคลากรศาสนาและดาอีจำนวนมาก
2.
การเปิดบ้านต้อนรับพี่น้องจากทั่วโลก : ผู้ศรัทธาหลายหมื่นคนจะเดินทางมาร่วมงาน
เป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของพื้นที่ชายแดนใต้
3.
โอกาสสร้างความเข้าใจแก่สังคมไทย : งานนี้จะช่วยให้คนทั่วไปเข้าใจว่า
“งานดะวะห์ - งานโยร์” ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
ไม่ใช่กิจกรรมลับ แต่คือกิจกรรมของคนทำความดีที่ต้องการเสริมศรัทธาและสันติสุขในสังคม
ดะวะห์ :
งานของหัวใจ ไม่ใช่การบังคับ
ดะวะห์
ไม่ใช่ภาระทางศาสนาที่ทุกคนต้องทำ แต่เป็น
ทางเลือกของผู้ศรัทธาที่ต้องการพัฒนาตนเอง
-
บางคนเลือกทำหลังเกษียณ เช่น คุณลุงจากสุไหงโกลกที่ออกดะวะห์จนวันสุดท้ายของชีวิต
-
บางคนเป็นวัยรุ่น วัยทำงาน ก็ออกดะวะห์ เพื่อเสริมแรงศรัทธา
-
ไม่ว่าชายหรือหญิง เด็กหรือผู้ใหญ่ การทำดีเพียงหนึ่งอย่างก็ถือเป็นดะวะห์ แล้ว
สรุป :
จากดะวะห์สู่โยร์ และสู่ “อิจติมะฮ์โลก”
-
ดะวะห์ คือการเชิญชวนสู่ความดี
-
โยร์ คือการรวมตัวเพื่อฟื้นฟูศรัทธา
-
อิจติมะฮ์โลก คือการรวมพลังของผู้ศรัทธาจากทั่วโลก
เพื่อย้ำเตือนความยิ่งใหญ่ของพระผู้เป็นเจ้า
งานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงงานชุมนุมทางศาสนา
แต่คือ
ภาพสะท้อนของความศรัทธา ความสงบ ความเมตตา
และพลังแห่งมุสลิมที่ต้องการทำความดีต่อสังคม
เมื่องานใหญ่ระดับโลกกำลังจะเกิดขึ้นบนบ้านของเรา
นี่คือโอกาสดีที่จะเรียนรู้ ทำความเข้าใจ
และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศแห่งศรัทธาที่งดงามยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของจังหวัดยะลา
และของประเทศไทย







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น