วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568

สามัคคีร่วมแรงกันป้องกันภัยความมั่นคงของชาติ

ประเทศไทยเป็นแผ่นดินทองที่บรรพบุรุษได้ร่วมกันก่อร่างสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นมาด้วยความเหนื่อยยากเสียสละ และร่วมกันปกป้องรักษาผ่านภัยพิบัติ สงคราม และความยากลำบากนานัปการ จนกลายเป็นแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์และสงบร่มเย็นให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยอย่างผาสุก ทุกคนที่เกิดและเติบโตในแผ่นดินไทย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยพุทธ คนไทยมุสลิม คนไทยจีน คนไทยคริสต์ หรือคนไทยเชื้อสายใด ๆ ก็ตาม ล้วนเป็น "ปวงชนชาวไทย" ที่ต้องรู้จักตอบแทนบุญคุณแผ่นดินที่ให้ชีวิตและโอกาสในการดำรงอยู่ ดังสุภาษิตที่ว่า “อย่าชักน้ำเข้าลึก อย่าชักศึกเข้าบ้าน” ย่อมเตือนใจคนไทยทุกคนว่า อย่าเปิดทางให้ภัยคุกคามจากภายนอก หรือแม้แต่จากภายในมาทำลายความมั่นคงของประเทศชาติ การไม่แตกแยกทางความคิด ความเชื่อ หรือศาสนา คือหัวใจของการรักษาเอกภาพ หากเรายังเห็นว่า แผ่นดินไทยเป็นบ้านของเรา เราย่อมไม่ยินยอมให้ใครมาทำลายบ้านหลังนี้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

ปกป้องแผ่นดินไทยจากศัตรูทั้งภายในและภายนอก

ปัจจุบันประเทศไทยเผชิญภัยคุกคามในหลายรูปแบบ ทั้งจากต่างประเทศและภายในประเทศ เช่น กรณีข้อพิพาทเขตแดนไทย-กัมพูชา ที่พื้นที่โบราณสถานสำคัญ อย่าง “ปราสาทพระวิหาร” กลายเป็นจุดที่หลายฝ่ายพยายามแย่งชิง ไทยไม่เคยคิดรุกราน แต่ไทยยึดมั่นในอธิปไตยและมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ จึงพร้อมปกป้องรักษาอย่างถึงที่สุด ดังคำกล่าว “ไทยรักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด” ย่อมสะท้อนความมุ่งมั่นในการรักษาเกียรติภูมิของชาติและศักดิ์ศรีแห่งแผ่นดิน เช่นเดียวกับในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีผู้ไม่หวังดีพยายามสร้างความแตกแยก ก่อเหตุรุนแรงและปลุกปั่นให้คนในพื้นที่เกิดความหวาดระแวงกันเอง หนึ่งในกลุ่มที่สร้างปัญหาอย่างต่อเนื่องคือ กลุ่มก่อการร้าย BRN ที่ใช้วิธีการหลอกลวง บิดเบือนความจริง และใช้ความรุนแรงทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์ แม้รัฐบาลไทยและเจ้าหน้าที่จะพยายามเจรจาและแสวงหาทางออกโดยสันติ แต่ความพยายามเหล่านั้นจะไร้ผล หากประชาชนไม่ร่วมมือร่วมใจกันอย่างจริงจัง

พลังประชาชนคือกำแพงป้องกันประเทศ

ความมั่นคงของประเทศชาติ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกองทัพ หรือเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับ “คนไทยทั้งชาติ” ทุกคนในชุมชนต้องเป็นหูเป็นตา ต้องร่วมแจ้งเบาะแส แจ้งสิ่งผิดปกติในพื้นที่ตนเอง ต้องไม่ยินยอมให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามาปะปนในหมู่บ้าน หรือแฝงตัวทำลายความสงบสุข

พลังของประชาชนจึงเป็นปราการด่านแรกในการป้องกันประเทศที่เข้มแข็งและยั่งยืนที่สุด หากทุกคนตื่นรู้ มีจิตสำนึกร่วม และหวงแหนแผ่นดินเกิด ความมั่นคงจะเกิดขึ้นโดยไม่ต้องใช้กำลัง เพราะ "บ้านเราต้องช่วยกันดูแล"

สู่สันติภาพภายใต้พหุวัฒนธรรมที่งดงาม

ประเทศไทยมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นทรัพยากรทางสังคมที่มีค่า พหุวัฒนธรรมไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นโอกาสในการเรียนรู้ เข้าใจ และสร้างความสามัคคี เราต้องส่งเสริมความเข้าใจกันในทุกศาสนา ไม่ใช่แบ่งแยกหรือหวาดระแวง

       เจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่ได้ต้องการความรุนแรง ไม่มีใครต้องการให้เกิดความสูญเสีย ไม่ว่าจะฝ่ายใด ทุกคนปรารถนาให้เกิด “สันติสุข” บนแผ่นดินเดียวกัน เพียงแต่หนทางสู่สันติภาพจะสำเร็จได้ ต้องเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นพลังสำคัญที่สุดในการรักษาบ้านเมือง

หากเราเห็นคุณค่าของความสงบสุข เห็นความสำคัญของการเป็น “คนไทย” ที่มีหัวใจรักชาติ ศาสนา และแผ่นดินเกิดอย่างแท้จริง เราทุกคนย่อมไม่ยินยอมให้ใครมา “ชักศึกเข้าบ้าน” หรือบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติได้อีกต่อไป ขอเพียงร่วมแรง ร่วมใจ ด้วยความสามัคคี เข้าใจ และตื่นรู้ พื้นที่ 3 จชต. ก็จะกลายเป็นพื้นที่ที่งดงามที่สุด ปลอดภัย และน่าอยู่ที่สุดเช่นเดียวกับพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศไทย

เราทุกคนคือ "ผู้พิทักษ์แผ่นดินไทย" ด้วยหัวใจแห่งความสามัคคี

เพื่อชาติ เพื่อสันติสุข และเพื่ออนาคตของลูกหลานไทยทุกคน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น