ปลุกจิตสำนึกแห่งมนุษยธรรม
หยุดความรุนแรง คืนสันติสุขสู่ชายแดนใต้
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่สร้างความสูญเสียอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็นการลอบยิง การลอบวางระเบิด
หรือการโจมตีที่ส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนผู้บริสุทธิ์
เหตุการณ์เหล่านี้มิได้สร้างประโยชน์ให้แก่สังคม แต่กลับทิ้งไว้เพียงความเจ็บปวด
ความหวาดกลัว และความสูญเสียที่ยากจะเยียวยา
ทุกครั้งที่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรง
ย่อมมีครอบครัวที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
มีเด็กกำพร้าที่ต้องเติบโตโดยปราศจากพ่อหรือแม่ มีภรรยาที่ต้องสูญเสียสามี
และมีบิดามารดาที่ต้องสูญเสียลูกอันเป็นดวงใจ
ความสูญเสียเหล่านี้ไม่สามารถวัดค่าได้ด้วยตัวเลขหรือสถิติใด ๆ
เพราะเบื้องหลังทุกชีวิตคือความฝัน ความหวัง
และอนาคตที่ถูกพรากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ในมุมมองของศาสนาอิสลาม
การรักษาชีวิตมนุษย์ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของบทบัญญัติอิสลาม
อัลลอฮ์ทรงให้เกียรติแก่มนุษย์ทุกคน และทรงสั่งใช้ให้ยึดมั่นในความยุติธรรม
ความเมตตา และความรับผิดชอบต่อสังคม การทำร้ายผู้บริสุทธิ์
การสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น หรือการก่อเหตุที่นำไปสู่การสูญเสียชีวิต
ย่อมขัดต่อหลักคุณธรรมและจริยธรรมอันสูงส่งที่ศาสนาสอนให้ยึดถือ
ยิ่งไปกว่านั้น ใกล้เข้าเดือนรอบิอุลเอาวัล (Rabi al-Awwal) ซึ่งเป็นเดือน ที่ท่านนบีมุฮัมมัด(ซ.ล.) ศาสดาแห่งอิสลามทรงประสูติ เป็นหนึ่งในเดือนอันทรงเกียรติที่ได้รับการกล่าวถึงในอิสลาม วันที่ 12 ของเดือนรอบิอุลเอาวัล ชาวมุสลิมทั่วโลกจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษและมีการเฉลิมฉลองเพื่อรำลึกถึงวันคล้ายวันประสูติของท่านนบีมุฮัมมัด ซึ่งเรียกวันนี้ว่า "วันเมาลิด" ซึ่งมุสลิมควรเพิ่มพูนการทำความดี ละเว้นความอธรรม และเคารพต่อคุณค่าของชีวิตมนุษย์ การที่ยังคงมีการใช้ความรุนแรง การลอบทำร้าย หรือการสร้างความหวาดกลัวแก่ผู้คนในช่วงเวลาอันประเสริฐเช่นนี้ ยิ่งเป็นสิ่งที่ควรได้รับการทบทวนอย่างจริงจังในแง่ของศีลธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
ผู้ที่ได้รับการศึกษาอย่างแท้จริง
ย่อมตระหนักว่าความขัดแย้งไม่อาจแก้ไขได้ด้วยอาวุธหรือความรุนแรง
การศึกษาที่ดีไม่ได้หมายถึงเพียงการมีความรู้ในตำราเท่านั้น
แต่หมายถึงการมีสติปัญญาในการแยกแยะถูกผิด การเคารพศักดิ์ศรีของมนุษย์
และการเข้าใจผลกระทบที่การกระทำของตนมีต่อผู้อื่น
ผู้ที่มีจิตสำนึกแห่งความเป็นมนุษย์ ย่อมไม่ยินดีต่อความทุกข์ของใคร
และไม่ปรารถนาให้ครอบครัวใดต้องเผชิญกับความสูญเสีย
สังคมที่สงบสุข ไม่สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยความหวาดกลัว
แต่ต้องสร้างขึ้นด้วยความเข้าใจ ความยุติธรรม และการเคารพซึ่งกันและกัน
ไม่ว่าผู้เสียชีวิตจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้นำชุมชน ครู ผู้นำศาสนา
หรือประชาชนทั่วไป ทุกชีวิตล้วนมีคุณค่าเท่าเทียมกัน
และทุกการสูญเสียล้วนสร้างบาดแผลให้แก่สังคมโดยรวม
ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนจะร่วมกันส่งเสียงปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ
และยืนยันว่าการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ไม่อาจเป็นหนทางสู่สันติภาพได้
ผู้ที่ยังเลือกใช้ความรุนแรงควรตระหนักถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเหยื่อ
และควรไตร่ตรองว่าหากความสูญเสียเช่นเดียวกันเกิดขึ้นกับบุคคลอันเป็นที่รักของตนเอง
จะรู้สึกเช่นไร ความเข้าใจในความทุกข์ของผู้อื่นคือจุดเริ่มต้นของความเมตตา
และความเมตตาคือรากฐานสำคัญของสันติสุข
พี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ต่างปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย การประกอบอาชีพอย่างสงบ
และการเลี้ยงดูบุตรหลานให้เติบโตในสังคมที่มั่นคง ไม่มีผู้ใดต้องการเห็นเสียงปืน
เสียงระเบิด หรือข่าวการสูญเสียเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้น
เราทุกคนจึงควรร่วมกันปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบ ความเมตตา
และการเคารพคุณค่าของชีวิตมนุษย์
ขอให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันด้วยเหตุผลและสันติวิธี
ลดความเกลียดชัง เพิ่มความเข้าใจ และร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่คนรุ่นต่อไป
เพราะสันติภาพที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกคนเห็นคุณค่าของชีวิตมนุษย์
และปฏิเสธความรุนแรงในทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น