กลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่ จชต. ไม่เข้าหลักเกณฑ์การรับบริจาคซากาต
ซากาตเป็นหนึ่งในหลักปฏิบัติสำคัญของศาสนาอิสลาม เป็นหนึ่งในหลักศรัทธา
5 ประการ ที่มุสลิมผู้มีความสามารถทางทรัพย์สินต้องปฏิบัติ
เพื่อชำระทรัพย์สินของตนให้บริสุทธิ์ และเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ขัดสนในสังคม
ซากาตจึงไม่ใช่เพียงการบริจาคทั่วไป
แต่เป็นการกระทำตามบทบัญญัติของศาสนาที่มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขชัดเจน
อัลกุรอานได้กำหนดผู้มีสิทธิ์รับซากาตไว้ชัดเจนในซูเราะฮ์
อัตเตาบะฮ์ อายะฮ์ที่ 60 ซึ่งระบุว่า ซากาตสามารถแจกจ่ายให้กับคน 8 จำพวก
ได้แก่
1. คนยากจน (ฟะกีร)
2. คนขัดสน (มิสกีน)
3. เจ้าหน้าที่จัดเก็บซากาต
4. ผู้ที่ต้องการให้หัวใจเอนเอียงสู่อิสลาม
5. การไถ่ทาสหรือปลดปล่อยผู้ถูกกดขี่
6. ผู้มีหนี้สินที่ไม่สามารถชำระได้
7. ผู้ที่ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์ (ฟีสะบีลิลลาฮ์)
8. ผู้เดินทางที่ขัดสน
จากหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ซากาตถูกกำหนดไว้เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อน
ผู้ขัดสน และกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อศาสนา และสังคม ไม่ใช่เพื่อสนับสนุนความรุนแรง
การก่อความไม่สงบ หรือการทำร้ายผู้บริสุทธิ์
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผ่านมามีความพยายามจากบางกลุ่มในการบิดเบือนแนวคิดทางศาสนา
โดยพยายามอ้างว่าการสนับสนุนเงิน หรือทรัพย์สินให้กับกลุ่มติดอาวุธ หรือกลุ่มก่อความไม่สงบ
เป็น “ญิฮาด” หรือเป็น “ฟีสะบีลิลลาฮ์”
และสามารถนำซากาตไปสนับสนุนได้ แนวคิดเช่นนี้ ถือเป็นการบิดเบือนหลักการศาสนาอย่างร้ายแรง
นักวิชาการอิสลามส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า
การใช้ซากาตเพื่อสนับสนุนกลุ่มที่ใช้ความรุนแรง ลอบทำร้ายประชาชน ผู้บริสุทธิ์ ครู
พระสงฆ์ หรือแม้แต่ชาวมุสลิมด้วยกันเอง ไม่ถือว่าเป็น “ฟีสะบีลิลลาฮ์”
ตามหลักศาสนา เพราะอิสลามให้ความสำคัญกับการคุ้มครองชีวิตมนุษย์
ความยุติธรรม และสันติภาพ
อัล-กุรอานยังได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า “ผู้ใดฆ่าชีวิตหนึ่งโดยไม่ใช่เพราะการฆ่าคนอื่นหรือก่อความเสียหายในแผ่นดิน
ก็เสมือนว่าเขาได้ฆ่ามนุษย์ทั้งหมด”
หลักการนี้แสดงให้เห็นว่า
อิสลามให้คุณค่าต่อชีวิตมนุษย์อย่างสูง การกระทำที่สร้างความหวาดกลัว
ก่อเหตุระเบิด วางเพลิง หรือสังหารผู้บริสุทธิ์
จึงไม่อาจอ้างศาสนาเพื่อสร้างความชอบธรรมได้
ดังนั้น
กลุ่มก่อการร้ายหรือกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ของผู้มีสิทธิ์รับซากาตตามบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม
การนำซากาตไปสนับสนุนกลุ่มดังกล่าวไม่เพียงเป็นการใช้ทรัพย์สินผิดวัตถุประสงค์
แต่ยังเป็นการทำให้บทบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาถูกบิดเบือน
หน้าที่ของมุสลิมที่แท้จริง คือการนำซากาตไปช่วยเหลือผู้ยากไร้
เด็กกำพร้า ผู้เดือดร้อน ผู้มีหนี้สิน
หรือกิจการสาธารณประโยชน์ที่สร้างสันติสุขแก่สังคม
เพื่อให้ซากาตทำหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของศาสนา คือการลดความเหลื่อมล้ำ
สร้างความเมตตา และเสริมสร้างความเป็นพี่น้องของมนุษยชาติ
หากมุสลิมทุกคนยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้อง
ซากาตจะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมมุสลิมให้เข้มแข็ง
และไม่ตกเป็นเครื่องมือของผู้ที่พยายามนำศาสนาไปใช้เพื่อสร้างความแตกแยกหรือความรุนแรงในสังคม.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น