วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568

ความโหดร้ายของกลุ่ม BRN และเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ - ยะลา - ปัตตานี และนราธิวาส ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ ที่เรียกตนเองว่า BRN ซึ่งได้สร้างความสูญเสีย ความหวาดกลัว และความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างยาก จะให้อภัย ความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนเท่านั้น แต่ยังทำลายความสงบสุขของสังคม และบั่นทอนความไว้วางใจระหว่างผู้คนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง

ความโหดร้ายที่ไร้มนุษยธรรม กลุ่ม BRN มักก่อเหตุในลักษณะรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิดกลางเมือง การซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ หรือการปล้นชิงทรัพย์สินเพื่อหาทุนสนับสนุนการก่อเหตุ เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมและไร้เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้หญิง หรือผู้สูงอายุ ต่างตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงโดยไม่เลือกหน้า

หลายๆ ครั้งที่ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกทำร้ายเพียงเพราะถูกสงสัยว่าให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ หรือเพียงแค่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของกลุ่ม BRN ความคิดสุดโต่งเช่นนี้เป็นการละเมิดหลักศาสนาอิสลามอย่างชัดเจน ซึ่งแท้จริงแล้วสอนให้ผู้ศรัทธาเคารพชีวิตมนุษย์ และไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น

เสียงสะท้อนจากชาวยะลาเบื่อและสิ้นหวังกับพวก BRN ชาวยะลาในปัจจุบันต่างรู้สึกเบื่อหน่ายและโกรธแค้นกับการกระทำของกลุ่ม BRN ที่ก่อเหตุซ้ำซากไม่รู้จบ หลายครอบครัวต้องสูญเสียสมาชิกผู้เป็นที่รัก ต้องอยู่กับความหวาดกลัวทุกวัน หลายคนไม่กล้าออกไปทำมาหากินในเวลากลางคืน โรงเรียนต้องปิดชั่วคราว วัด มัสยิด และตลาดซบเซา วิถีชีวิตเรียบง่ายของคนในพื้นที่ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง

เราไม่รู้จะทำอย่างไรนอกจากภาวนาให้ความสงบกลับมา” - คำพูดของชาวบ้านยะลาคนหนึ่ง สะท้อนถึงความสิ้นหวังของประชาชนที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความไม่แน่นอนและเสียงระเบิดที่อาจดังขึ้นได้ทุกเมื่อ

ผลกระทบที่ลุกลามไปทุกมิติ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากกลุ่ม BRN ไม่ได้กระทบเฉพาะด้านความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังทำลายโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจ และการศึกษาในพื้นที่ เด็กๆ ขาดโอกาสทางการเรียนรู้ พ่อค้าแม่ค้าขาดรายได้จากการค้าขาย นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางเข้ามา พื้นที่ที่เคยอุดมสมบูรณ์ด้วยวัฒนธรรมและความอบอุ่นของผู้คนกลับกลายเป็นพื้นที่แห่งความหวาดระแวง

ผิดหลักศาสนาอย่างร้ายแรง สิ่งที่กลุ่ม BRN กระทำนั้นขัดแย้งกับคำสอนของศาสนาอิสลามอย่างสิ้นเชิง ศาสนาอิสลามสอนให้มนุษย์อยู่ร่วมกันด้วยสันติ เคารพชีวิตผู้อื่น และละเว้นการทำลายล้าง ท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) ได้สั่งสอนให้มุสลิมหลีกเลี่ยงการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะในสงครามหรือยามสงบ การฆ่าผู้บริสุทธิ์หนึ่งคนเท่ากับเป็นการฆ่ามนุษย์ทั้งโลก นี่คือหลักการอันศักดิ์สิทธิ์ที่ BRN ได้เหยียบย่ำอย่างไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม

ทางออกของความสงบ สิ่งที่คนในพื้นที่ต้องการที่สุดไม่ใช่การแก้แค้น แต่คือ “สันติภาพ” ประชาชนในยะลาและจังหวัดใกล้เคียงอยากเห็นลูกหลานได้เติบโตในสังคมที่ปลอดภัย อยากกลับไปใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอีกครั้ง การสร้างสันติสุขจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และประชาชนทุกคน ต้องร่วมมือกันต่อต้านแนวคิดรุนแรง ไม่ให้กลุ่ม BRN เข้ามาชักจูงหรือทำลายสังคมอีกต่อไป

ความโหดร้ายของกลุ่ม BRN ไม่ได้เพียงแต่ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังได้ทำลายจิตใจของคนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง การกระทำเหล่านี้ขัดต่อหลักศาสนาและศีลธรรมอย่างร้ายแรง ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะต้องรวมพลังกัน ต่อต้านความรุนแรง และร่วมสร้างชายแดนใต้ให้กลับมาเป็นดินแดนแห่งสันติสุขอีกครั้ง ไม่มีศาสนาใดสอนให้ฆ่าคนบริสุทธิ์ - มีเพียงหัวใจที่หลงทางเท่านั้นที่ทำได้เช่นนั้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น