ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ - ยะลา - ปัตตานี และนราธิวาส ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ ที่เรียกตนเองว่า BRN
ซึ่งได้สร้างความสูญเสีย ความหวาดกลัว
และความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างยาก จะให้อภัย
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนเท่านั้น
แต่ยังทำลายความสงบสุขของสังคม
และบั่นทอนความไว้วางใจระหว่างผู้คนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง
ความโหดร้ายที่ไร้มนุษยธรรม
กลุ่ม BRN มักก่อเหตุในลักษณะรุนแรง
ไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิดกลางเมือง การซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ
หรือการปล้นชิงทรัพย์สินเพื่อหาทุนสนับสนุนการก่อเหตุ
เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมและไร้เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์
ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้หญิง หรือผู้สูงอายุ ต่างตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงโดยไม่เลือกหน้า
หลายๆ
ครั้งที่ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกทำร้ายเพียงเพราะถูกสงสัยว่าให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่
หรือเพียงแค่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของกลุ่ม BRN ความคิดสุดโต่งเช่นนี้เป็นการละเมิดหลักศาสนาอิสลามอย่างชัดเจน
ซึ่งแท้จริงแล้วสอนให้ผู้ศรัทธาเคารพชีวิตมนุษย์
และไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น
เสียงสะท้อนจากชาวยะลาเบื่อและสิ้นหวังกับพวก
BRN ชาวยะลาในปัจจุบันต่างรู้สึกเบื่อหน่ายและโกรธแค้นกับการกระทำของกลุ่ม
BRN
ที่ก่อเหตุซ้ำซากไม่รู้จบ
หลายครอบครัวต้องสูญเสียสมาชิกผู้เป็นที่รัก ต้องอยู่กับความหวาดกลัวทุกวัน
หลายคนไม่กล้าออกไปทำมาหากินในเวลากลางคืน โรงเรียนต้องปิดชั่วคราว วัด มัสยิด
และตลาดซบเซา วิถีชีวิตเรียบง่ายของคนในพื้นที่ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง
“เราไม่รู้จะทำอย่างไรนอกจากภาวนาให้ความสงบกลับมา” - คำพูดของชาวบ้านยะลาคนหนึ่ง
สะท้อนถึงความสิ้นหวังของประชาชนที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความไม่แน่นอนและเสียงระเบิดที่อาจดังขึ้นได้ทุกเมื่อ
ผลกระทบที่ลุกลามไปทุกมิติ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากกลุ่ม
BRN
ไม่ได้กระทบเฉพาะด้านความปลอดภัยเท่านั้น
แต่ยังทำลายโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจ และการศึกษาในพื้นที่ เด็กๆ
ขาดโอกาสทางการเรียนรู้ พ่อค้าแม่ค้าขาดรายได้จากการค้าขาย
นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางเข้ามา
พื้นที่ที่เคยอุดมสมบูรณ์ด้วยวัฒนธรรมและความอบอุ่นของผู้คนกลับกลายเป็นพื้นที่แห่งความหวาดระแวง
ผิดหลักศาสนาอย่างร้ายแรง
สิ่งที่กลุ่ม
BRN
กระทำนั้นขัดแย้งกับคำสอนของศาสนาอิสลามอย่างสิ้นเชิง
ศาสนาอิสลามสอนให้มนุษย์อยู่ร่วมกันด้วยสันติ เคารพชีวิตผู้อื่น
และละเว้นการทำลายล้าง ท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.)
ได้สั่งสอนให้มุสลิมหลีกเลี่ยงการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะในสงครามหรือยามสงบ
การฆ่าผู้บริสุทธิ์หนึ่งคนเท่ากับเป็นการฆ่ามนุษย์ทั้งโลก
นี่คือหลักการอันศักดิ์สิทธิ์ที่ BRN ได้เหยียบย่ำอย่างไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม
ทางออกของความสงบ
สิ่งที่คนในพื้นที่ต้องการที่สุดไม่ใช่การแก้แค้น
แต่คือ “สันติภาพ”
ประชาชนในยะลาและจังหวัดใกล้เคียงอยากเห็นลูกหลานได้เติบโตในสังคมที่ปลอดภัย
อยากกลับไปใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอีกครั้ง
การสร้างสันติสุขจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ
ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และประชาชนทุกคน ต้องร่วมมือกันต่อต้านแนวคิดรุนแรง
ไม่ให้กลุ่ม BRN
เข้ามาชักจูงหรือทำลายสังคมอีกต่อไป
ความโหดร้ายของกลุ่ม
BRN ไม่ได้เพียงแต่ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น
แต่ยังได้ทำลายจิตใจของคนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง
การกระทำเหล่านี้ขัดต่อหลักศาสนาและศีลธรรมอย่างร้ายแรง
ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะต้องรวมพลังกัน ต่อต้านความรุนแรง
และร่วมสร้างชายแดนใต้ให้กลับมาเป็นดินแดนแห่งสันติสุขอีกครั้ง “ไม่มีศาสนาใดสอนให้ฆ่าคนบริสุทธิ์ - มีเพียงหัวใจที่หลงทางเท่านั้นที่ทำได้เช่นนั้น”

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น