วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2568

โทษภัยของกลุ่ม BRN และกลุ่ม RKK และวิธีการรับมือป้องกันในชุมชน

โทษภัยของกลุ่ม BRN และกลุ่ม RKK และวิธีการรับมือป้องกันในชุมชน

ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) นับเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกและยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ ซึ่งหนึ่งในต้นเหตุสำคัญคือการเคลื่อนไหวและปฏิบัติการของกลุ่มก่อความไม่สงบ เช่น ขบวนการบีอาร์เอ็น (BRN) และ กลุ่มอาร์เคเค (RKK) ที่มุ่งโจมตีสร้างความหวาดกลัวในสังคม การใช้ความรุนแรง เช่น การลอบวางระเบิด การลอบยิงเจ้าหน้าที่รัฐ การข่มขู่ชาวบ้าน รวมถึงการเผยแพร่แนวคิดสุดโต่ง ล้วนสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และบ่อนทำลายความสงบสุขของสังคมไทยโดยรวม

เพื่อให้ประชาชนและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย จึงจำเป็นต้องสร้างความรู้ ความเข้าใจถึงโทษภัยของกลุ่มก่อความไม่สงบเหล่านี้ พร้อมทั้งร่วมกันวางแนวทางการรับมือและการป้องกันอย่างเป็นระบบ

โทษภัยของกลุ่ม BRN และ RKK

สร้างความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน  : การก่อเหตุรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ ของ BRN และ RKK ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนผู้บริสุทธิ์ อีกทั้งยังสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงเรียน สถานที่ราชการ ร้านค้า และยานพาหนะ

ทำลายความสงบสุขของสังคม : การสร้างสถานการณ์ความรุนแรงอย่างต่อเนื่องก่อให้เกิดความหวาดกลัว ความไม่มั่นใจ และการแตกแยกภายในสังคม ประชาชนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข เช่น ไม่กล้าออกไปทำงานยามค่ำคืน ไม่กล้าเดินทางระหว่างอำเภอหรือจังหวัด

บ่อนทำลายเศรษฐกิจและการพัฒนา : ความไม่สงบส่งผลกระทบต่อการลงทุน การท่องเที่ยว และการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการไม่กล้าเข้ามาลงทุน ทำให้โอกาสในการสร้างงานและรายได้ในพื้นที่ลดลง

บิดเบือนความเชื่อและสร้างแนวคิดสุดโต่ง : กลุ่ม BRN และ RKK มักเผยแพร่แนวคิดที่ผิดเพี้ยนจากหลักศาสนาอิสลาม เพื่อปลูกฝังความเกลียดชังและสร้างความชอบธรรมให้กับการใช้ความรุนแรง ส่งผลให้เยาวชนบางส่วนถูกหลอกล่อเข้าร่วมโดยไม่เข้าใจผลกระทบที่แท้จริง

ทำลายความสามัคคีในสังคมพหุวัฒนธรรม : จชต.เป็นสังคมที่มีทั้งชาวไทยมุสลิมและไทยพุทธอาศัยอยู่ร่วมกันมาช้านาน แต่การสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบทำให้เกิดความหวาดระแวงและความไม่ไว้วางใจกัน ซึ่งเป็นอันตรายต่อความสามัคคีและความมั่นคงของชาติ

วิธีการรับมือและป้องกันในชุมชน

สร้างความรู้เท่าทันแก่ประชาชน : ประชาชนต้องเข้าใจถึงโทษภัยของกลุ่มก่อความไม่สงบ รู้จักแยกแยะระหว่างหลักคำสอนที่แท้จริงของศาสนากับการบิดเบือน เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของการชักจูง โดยเฉพาะเยาวชนที่เป็นเป้าหมายหลัก

เสริมสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังในชุมชน : การตั้งเครือข่ายชาวบ้านหรืออาสาสมัครดูแลความปลอดภัย เช่น ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) จะช่วยป้องกันการแทรกซึมของกลุ่มก่อความไม่สงบ และเป็นกำลังเสริมให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ

ส่งเสริมการศึกษาและกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชน : เยาวชนควรได้รับโอกาสทางการศึกษาและการประกอบอาชีพ รวมถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อลดโอกาสการถูกชักนำเข้าสู่เส้นทางความรุนแรง

สร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ ศาสนิก และชุมชน : ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และหน่วยงานรัฐควรร่วมมือกันเผยแพร่ความจริงและหลักศาสนาที่ถูกต้อง รวมถึงการสร้างกิจกรรมที่ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างไทยพุทธและไทยมุสลิมในพื้นที่

ใช้กลไกทางเศรษฐกิจและสังคมเสริมสร้างความเข้มแข็ง : การพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น การส่งเสริมอาชีพ การสร้างงาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จะช่วยให้ชุมชนเข้มแข็ง ลดความเสี่ยงที่ประชาชนจะถูกจูงใจเข้าร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบเพราะความยากจนหรือขาดโอกาส

แจ้งเบาะแสและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ : ประชาชนควรมีความกล้าที่จะเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ การร่วมมือกันคือหัวใจสำคัญในการปราบปรามกลุ่มก่อความไม่สงบ

กลุ่มขบวนการ BRN และกลุ่มก่อการร้าย RKK ไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังทำลายความสงบสุข ความสามัคคี และอนาคตของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย การรับมือกับปัญหานี้ไม่สามารถทำได้โดยภาครัฐฝ่ายเดียว หากแต่ต้องอาศัยพลังของประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง

ทุกคนในสังคม จชต.ต้องร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่ง ยึดมั่นในความถูกต้องของศาสนา ยืนหยัดในความเป็นพลเมืองดี มีความสามัคคี และพร้อมเป็นกำลังในการปกป้องบ้านเกิด การปราบปรามและป้องกันกลุ่มก่อความไม่สงบไม่ใช่เพียงหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของพวกเราทุกคน เพื่อให้พื้นที่ชายแดนใต้กลับมามีสันติสุข ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น