เชื่อว่าหลายๆ
คนมักเคยได้ยินเรื่องราวประวัติศาสตร์ในแหลมมลายูในอดีต
ที่มีผลโดยตรงต่อความรุนแรงกับเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์
“ปัตตานี”และหลาย ๆ คนคิดว่า มันเป็นแค่เรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว
และเป็นเรื่องของคนเก่าก่อนเท่านั้น
แต่เชื่อหรือไม่ว่า
แม้หลายคนมองมันว่าเป็นอดีตกาลไปแล้ว บวกกับหลักฐานต่างๆ จะปรากฏเด่นชัดว่า
พื้นที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยจริง แต่ผู้คนบางส่วนในพื้นที่แถบนี้
ยังคงอินกับเรื่องราวเหล่านี้ ยังคงส่งต่อความรู้สึกเหล่านี้แบบไม่ขาดสาย
โดยการสอดแทรกผ่านการสั่งสอนของคนในอดีต
บทเรียนในโรงเรียนบางส่วนที่ส่งต่อโดยครูอาจารย์ที่ฝักใฝ่
หรืออาจโดยการบีบบังคับของกลุ่มขบวนการในพื้นที่ และที่สำคัญ คือ
แนวความคิดต่อต้านรัฐบาลและเจ้าหน้าที่
ปรากฎทุกช่วงห้วงเวลาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน
แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็แล้ว
แต่การที่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งจะก่ออาชญกรรมหรือก่อการร้าย
แล้วอ้างความสูญเสียทางประวัติศาสตร์ มันใช้ได้หรือ?
ในเมื่อไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่า
กลุ่มคนที่พยายามฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่นั้น ไม่มีอยู่จริง เป็นพื้นที่ไม่รู้เลยว่า
ใครจะก่อเหตุตอนไหน ที่ไหน และอย่างไร
แต่เกือบทุกเหตุการณ์มักมีประชาชนผู้บริสุทธิ์พ่วงเดือดร้อนด้วยเสมอ
แล้วใครคือ
ต้นเหตุ?
ที่ทำให้พื้นที่เป็นพื้นที่บังคับใช้กฎหมายพิเศษ
แล้วใครคือ
ต้นเหตุของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้
ที่จริงคำถามเหล่านี้ควรถูกหยิบยกมาถามกันในวงสนทนา เพื่อร่วมหาทางออกและแก้ไข แต่กลายเป็นว่า ไม่มีใครหยิบมาถก แต่กลับใช้ความวุ่นวายแสวงผลประโยชน์ โดยเฉพาะนักการเมืองบางกลุ่ม เพื่อเป็นฐานเสียงและมวลชนนำไปใช้เป็นพลังทางการเมือง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น