วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

อิสลามศาสนาแห่งสันติ ไม่สร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่นและสังคม

อิสลามศาสนาแห่งสันติ ไม่สร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่นและสังคม

อิสลามเป็นศาสนาแห่งสันติภาพ เป็นคำสอนที่เน้นการดำรงชีวิตด้วยความสงบ สุจริต และมีคุณธรรม ศาสนาอิสลามไม่ได้สอนให้ผู้คนสร้างความวุ่นวาย หรือก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น ไม่ว่าจะในระดับบุคคล ครอบครัว หรือสังคมโดยรวม หากเราศึกษาหลักคำสอนของศาสนาอิสลามอย่างแท้จริง จะพบว่าอิสลามคือแนวทางชีวิตที่ส่งเสริมความเมตตา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง

หลักการของอิสลามเน้นการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสงบสุข มุสลิมที่ดีคือผู้ที่ยึดมั่นในหลักการของศาสนาอย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องของความศรัทธา การปฏิบัติธรรม และการประพฤติตนในสังคม คนที่ปฏิบัติตามคำสอนของอิสลามอย่างถูกต้อง ย่อมเป็นบุคคลที่มีความเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่นับถือศาสนาเดียวกันหรือศาสนาอื่นก็ตาม

อัลเลาะห์ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ตรัสไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานว่า “โอ้ มวลมนุษย์เอ๋ย! แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้ามาจากชายและหญิง และทำให้พวกเจ้าเป็นประชาชาติและเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อพวกเจ้าจะได้รู้จักกัน” (ซูเราะฮฺอัลหุญุรอต 49:13)

ข้อความนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า อิสลามส่งเสริมให้มนุษย์รู้จักกัน เข้าใจกัน และอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แม้จะมีความแตกต่างทางศาสนา เชื้อชาติ หรือวัฒนธรรมก็ตาม นี่คือหลักการพหุวัฒนธรรมที่อิสลามวางรากฐานไว้อย่างชัดเจน

ศาสนาคือแนวทางแห่งศีลธรรม ไม่ใช่อาวุธทางการเมืองหรือความรุนแรง หากทุกคนยึดมั่นในหลักคำสอนของศาสนาตนอย่างแท้จริง โดยไม่กดขี่ข่มเหงผู้อื่น เคารพในความแตกต่าง และอยู่ในขอบเขตของศีลธรรม ความสงบสุขในสังคมก็ย่อมเกิดขึ้นได้ ดังที่มีคำกล่าวว่า “ศาสนาเขาก็ของเขา ศาสนาเราก็ของเรา” การเคารพกันในความเชื่อ เป็นรากฐานของสันติภาพในสังคมที่มีความหลากหลาย

ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) นับว่าเป็นพื้นที่ที่มีความพิเศษ คือเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างแท้จริง มีทั้งชาวมุสลิม ชาวพุทธ และกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ อาศัยอยู่ร่วมกันมายาวนาน ความงดงามของพื้นที่นี้คือความเข้าใจ การอยู่ร่วมกัน และความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน ซึ่งถือเป็นโชคดีของคนในพื้นที่

ร่วมมือกันสร้างสันติสุขและปกป้องบ้านเมือง

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ไม่หวังดีบางกลุ่มที่พยายามสร้างความแตกแยก ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือก่อความไม่สงบในพื้นที่ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่อิสลามที่แท้จริง หากเราไม่ต้องการให้เหตุร้ายเกิดขึ้นในสังคมของเรา เราต้องร่วมมือกัน ไม่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่รัฐรับภาระแค่ฝ่ายเดียว ประชาชนทุกคนต้องมีส่วนร่วม ทั้งในการสอดส่อง ดูแล แจ้งเบาะแส และให้ข้อมูลเพื่อป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์ เพราะสันติสุขคือสิ่งที่เราทุกคนปรารถนา

ในที่สุดแล้ว หากเราทุกคน — ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด เชื้อชาติใด หรือมีวัฒนธรรมใด — ยืนหยัดในหลักของศีลธรรม เคารพซึ่งกันและกัน และร่วมมือกันอย่างจริงใจ เชื่อว่าเราจะสามารถสร้างสังคมที่สงบสุข ปลอดภัย และงดงามได้อย่างยั่งยืน ดังที่อิสลามสอนให้เราเป็นผู้สร้างสันติ มิใช่ผู้สร้างความขัดแย้ง...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น