สอนให้ “รักชาติ
ศาสนา พระมหากษัตริย์”
การสอนและปลูกฝังให้ลูกเป็นคนที่มีหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
แม้จะดูว่าเป็นเรื่องธรรมดาเหลือเกินที่ใครๆ
ก็สามารถเรียนรู้ที่จะรักได้โดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรมุ่งเน้นก็คือการสอนให้ลูก
“รักให้เป็น” เพราะเมื่อรักเป็นแล้วก็จะเกิดความรู้สึกที่สวยงาม
สร้างสรรค์และเมื่อเกิดขึ้นกับใครหรือในสังคมใดแล้ว คนๆ นั้นหรือสังคมนั้นๆ
ก็จะมีแต่สิ่งที่ดีงามเกิดขึ้น
ปกติเรามักสอนให้ลูกรักคุณพ่อคุณแม่หรือรักตัวของเขาเอง
ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง
แต่การสอนและปลูกฝังให้ลูกรู้จักรักผู้อื่นและสิ่งต่างๆ
รอบตัวด้วยนั้นก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากไม่น้อยไปกว่ากันเลย
นั่นเป็นเพราะว่าความรักที่มีให้แก่ผู้อื่นและสรรพสิ่งใดๆ จะสามารถสร้างสิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นได้ในสังคมของเรานั่นเอง
ซึ่งการสอนให้ลูกเรียนรู้ที่จะรักผู้อื่นหรือสิ่งอื่นใดนั้น
อาจเริ่มจากผู้คนหรือสิ่งต่างๆ ใกล้ตัว เช่น สอนให้เขารักญาติพี่น้อง รักเพื่อน
รักคุณครู รักสัตว์เลี้ยง รักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้
ความรักอีกรูปแบบหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลยที่จะปลูกฝังให้กับลูกตั้งแต่เล็กๆ
ก็คือความรักที่มีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ เพราะทั้ง 3
ส่วนนี้มีความสำคัญและเป็นเหมือนรากเหง้าของสังคมไทยตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน
ที่ไม่ว่าจะเป็นคนยุคใดสมัยใด ก็ควรจะต้องมีความรักอย่างแท้จริงให้
ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกมีความรักต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ได้ด้วยวิธีการดังนี้
1.
สอนให้ลูกตระหนักถึงความหมายและความสำคัญของ “ชาติ”
ชาติ
คือสิ่งที่แสดงถึงที่มาที่ไปและความเป็นเอกลักษณ์ของเผ่าพันธุ์และตัวบุคคล
ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกตระหนักถึงความเป็นชาติไทย
ให้ลูกมีความรักและภูมิใจในความเป็นชาติไทย
ได้โดยผ่านประวัติศาสตร์ไทย
ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย วัฒนธรรมไทย ภาษาไทย เช่น
คุณพ่อคุณแม่บอกให้ลูกรู้ว่าประเทศไทยมีภาษาเป็นของเราเอง ดังนั้น
ลูกควรใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง
เพื่อแสดงถึงความรักและความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ความเป็นชาติไทยของเรา
วิธีง่ายๆในการปลูกฝังให้ลูกรักชาติ
ให้ลูกฟังเพลงชาติ
ร้องเพลงชาติ เพลงปลุกใจให้รักชาติและฝึกให้ยืนตรงเคารพธงชาติ
นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่อาจเล่าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย
หาหนังสือภาพเกี่ยวกับขนบธรรมเนียม ประเพณี
วัฒนธรรมไทยที่เป็นความภาคภูมิใจให้ลูกได้ดูและอ่าน เช่น ภาพการไหว้ของเด็กๆ ที่น่ารัก
อ่อนช้อยและงดงาม ภาพการละเล่นแบบไทยๆ ภาพประเพณีวันสงกรานต์ วันลอยกระทง
สิ่งเหล่านี้จะช่วยหล่อหลอมและปลูกจิตสำนึกให้ลูกเกิดความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นคนชาติไทยได้
2.
สอนให้ลูกตระหนักถึงความหมายและความสำคัญของ “ศาสนา”
ศาสนาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชาติ
ประเทศชาติใดไม่มีหลักศาสนาค้ำจุน ก็จะเกิดปัญหาการขาดศีลธรรมของคนในชาติ
ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่สามารถทำให้ประเทศชาตินั้นล่มสลายและถูกทำลายลงได้
แม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีคนหลายศาสนาอยู่ร่วมกัน แต่ก็สามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรต้องสอนให้ลูกเรียนรู้ที่จะเข้าใจ
ให้ความเคารพและรักคนที่นับถือศาสนาต่างจากเรา
เพราะไม่ว่าใครจะนับถือศาสนาใดก็ตามแต่ แก่นแท้ของทุกศาสนาล้วนสอนให้คนเป็นคนดี
มีคุณธรรมจริยธรรมทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่นและต่อสังคมด้วยกันทั้งสิ้น
วิธีง่ายๆ
ในการปลูกฝังให้ลูกรักศาสนา
คุณพ่อคุณแม่
ควรสอนให้ลูกได้เข้าใจเรื่องศาสนาตั้งแต่ยังเล็กโดยการสอนให้ลูกรู้จักหลักคำสอนตามศาสนาที่ได้นับถือ
หรือหากมีเวลาควรพาลูกไปสถานที่สำคัญทางศาสนา เช่น ถ้าเป็นครอบครัวที่นับถือศาสนาพุทธก็พาลูกไปวัด
ไปฟังเทศน์ ฟังธรรม ทำบุญ ตักบาตร
ถ้าเป็นครอบครัวที่นับถือศาสนาคริสต์ก็พาลูกไปนมัสการพระเจ้าที่โบสถ์วันอาทิตย์
ถ้าเป็นครอบครัวที่นับถือศาสนาอิสลามก็พาลูกไปมัสยิดเพื่อทำศาสนพิธีกรรมตามหลักศาสนา
ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะช่วยทำให้ลูกได้ซึมซับหลักธรรมคำสอนต่างๆ
เพื่อขัดเกลาจิตใจและจะทำให้เกิดความรักศาสนาหรือเป็นคนที่มีศาสนาอยู่ในหัวใจนั่นเอง
3.
สอนให้ลูกตระหนักถึงความหมายและความสำคัญของ “พระมหากษัตริย์”
พระมหากษัตริย์ของไทยทุกพระองค์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทรงเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจของคนไทยทุกคน
ทุกพระองค์ทรงดูแลพสกนิกร
รักษาเอกราชและพัฒนาประเทศให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขและมีความเจริญรุ่งเรือง
ในฐานะคนไทยและลูกหลานไทยจึงต้องรักและเทิดทูนพระมหากษัตริย์เหนือสิ่งอื่นใด
วิธีง่ายๆ
ในการปลูกฝังให้ลูกรักพระมหากษัตริย์
คุณพ่อคุณแม่ควรเล่าพระประวัติของพระมหากษัตริย์ของไทยทุกพระองค์ให้ลูกฟัง
และกล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงยอมสละพระองค์เพื่อรักษาแผ่นดินไทยเอาไว้
เช่น พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้น
ทำให้ชาติไทยได้สะสมความรู้ทางวิชาการและศิลปะต่างๆ สืบทอดกันมา, สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ทรงกู้อิสรภาพของไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลที่5) ทรงเลิกทาสและพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองเทียบเท่าอารยประเทศ,
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่9)
ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าให้มีชีวิตอยู่บนแผ่นดินไทยอย่างมีความสุขจวบจนวันนี้
นอกจากนี้ การสอนให้ลูกแสดงความเคารพต่อพระมหากษัตริย์ เช่น
ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี การไม่พูดจาจาบจ้วงหรือกล่าวหา
ก็ถือเป็นการปลูกฝังให้ลูกรักสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยเช่นกัน
การสอนให้ลูกรักชาติ
ศาสนาและพระมหากษัตริย์ อย่าคิดว่าเป็นเพียงแต่การสอนตามหน้าที่เท่านั้น
เพราะในแก่นที่แท้จริงแล้ว การสอนให้ลูกรักชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์นั้น
เปรียบเหมือนการสอนและย้ำเตือนถึงความรักและความภูมิใจที่เรามีต่อตนเองด้วย
เพราะจะมีใครสักกี่คนบนโลกใบนี้
ที่มีโอกาสได้อยู่อาศัยบนแผ่นดินที่สวยงาม
ร่มเย็น ไม่อยู่ในอาณัติหรือเป็นเมืองขึ้นใคร
จะมีสักกี่ที่บนโลกใบนี้ที่จะให้เรามีอิสระในการนับถือศาสนาใดก็ได้โดยไม่ถูกต่อต้าน
และที่สำคัญจะมีสักกี่คนบนโลกใบนี้
ที่โชคดีเหลือเกิน
ที่มีพระมหากษัตริย์ที่รักและอยู่เคียงข้างกับประชาชนเสมอ
ไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุขก็ตาม ดังนั้น
จึงไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะปฏิเสธไม่ให้เราและลูกของเรารักชาติ
ศาสนาและพระมหากษัตริย์ของเราเอง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น