ถอดรหัส 5
ปัจจัย พูดคุยอย่างไร...ไฟใต้ก็ไม่ดับ!
การพูดคุยดับไฟใต้
ในรูปแบบ “เปิดเผย-บนโต๊ะ” มีคณะทำงานชัดเจน ดำเนินมาแล้วต่อเนื่องเกือบ 11 ปี
เปลี่ยนคณะพูดคุยมาแล้ว 4 คณะ ปัจจุบันเป็นคณะที่ 5
แต่น่าแปลกที่ไม่ค่อยมีความคืบหน้า เหมือนพายเรืออยู่ในอ่าง
“ทีมข่าวภาคใต้”
จะพาไปดูว่ากระบวนการพูดคุยดับไฟใต้ แท้จริงแล้วมีปัญหาตรงไหน
ทำไมคุยไปมีแต่เสมอตัว หรือแย่ลง มองไม่เห็นสันติสุขที่ปลายอุโมงค์แต่อย่างใด
เหตุผลมี
5 ข้อด้วยกัน
1.จุดยืนระหว่างรัฐไทย
กับ ผู้เห็นต่างจากรัฐ วันนี้ไม่ต้องปิดบังอีกแล้ว พูดได้เลยว่าคือ
“ขบวนการบีอาร์เอ็น” เป็นจุดยืนที่แตกต่างกันสิ้นเชิง และแทบจะหา “จุดร่วม”
ไม่ได้เลย
-บีอาร์เอ็น
คือ ตัวจริงที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อสถานการณ์ชายแดนใต้ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา
-บีอาร์เอ็น
โฆษณาเรื่องแยกดินแดน เอกราช และประกาศอุดมการณ์เอาไว้มาก
ทำให้มีความยืดหยุ่นในการพูดคุยเจรจาได้น้อย
-เป้าหมายที่โฆษณา
และบ่มเพาะเยาวชน สร้างนักรบเอาไว้ คือ “เอกราช” ไม่ใช่ “ปกครองพิเศษ”
แถมยังอ้างอิงหลักศาสนาเชื่อมโยงกับการต่อสู้
-บีอาร์เอ็นยังเคยเสนอข้อเรียกร้อง
5 ข้อ หนึ่งในนั้นคือ สิทธิในการกำหนดใจตนเอง หรือ Self Determination ซึ่งก็คือการขอสิทธิ์การทำ “ประชามติแยกดินแดน” หรือ
“ประชามติในการกำหนดอนาคตตนเองว่าจะอยู่กับรัฐไทยต่อไปหรือไม่” นั่นเอง
เรื่องประชามติแยกดินแดน
เพิ่งเป็นข่าวครึกโครมในสื่อทุกแขนงช่วงก่อนตั้งรัฐบาลเพื่อไทย ว่ามี
“ขบวนนักศึกษาแห่งชาติ” จัดเสวนาเรื่องนี้
และมีแกนนำพรรคการเมืองบางพรรคไปร่วมเวที จนฝ่ายความมั่นคงต้องใช้ไม้แข็ง
“ดำเนินคดี” สะท้อนว่าสังคมไทยและฝ่ายความมั่นคงไทย ยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้เลย
-ฝ่ายรัฐบาลไทยทุกชุด
โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง ไม่ยอมรับข้อเรียกร้องพวกนี้อย่างสิ้นเชิง
ช่องทางเดียวที่เป็นไปได้คือ “กระจายอำนาจภายใต้รัฐธรรมนูญไทย”
-ฝ่ายความมั่นคงมองว่า
ข้อเรียกร้องของ บีอาร์เอ็น ยอมรับไม่ได้ เพราะเป็นการนับหนึ่งสู่การแยกดินแดน
ตั้งรัฐเอกราชขึ้นใหม่ ฉะนั้นแม้บีอาร์เอ็นจะลดเพดานการพูดคุยเจรจา แนวๆ ยอมรับ
“รัฐธรรมนูญไทย” แต่ฝ่ายความมั่นคงก็ไม่เชื่อว่าจะจบแค่นี้ ไม่มีการดันเพดาน
2.คณะพูดคุยทุกชุดที่รัฐบาลตั้งขึ้น
ไม่มีอำนาจจริงในการตัดสินใจ เป็นเพียง “ตัวแทนเชิด” ที่ไปร่วมโต๊ะพูดคุย
และรับฟังผู้เห็นต่าง ซึ่งก็ฟังซ้ำๆ มา 10 ปีแล้ว
แต่ไม่ได้นำข้อเรียกร้องนั้นมาดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างจริงจังเลย
เพราะ…
-ตัวคณะพูดคุยไม่มีอำนาจ
-ตัวแทนส่วนราชการ
ก็เป็นตัวแทนเฉพาะหน่วยตน ไม่มีอำนาจสั่งหน่วยอื่น
-หัวหน้าคณะพูดคุย
ก็ไม่ใช่หัวหน้าตัวแทนส่วนราชการที่ร่วมในคณะ
3.กระบวนการพูดคุยที่ออกแบบไว้
ไม่เชื่อมต่อกับฝ่ายนิติบัญญัติ หรือสภาไทย
-ต้องไม่ลืมว่า
ข้อตกลงสันติภาพ หรือสันติสุข จะเกิดขึ้นจริงได้ ต้องได้รับการอนุมัติจากสภา
(บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ)
-แต่คณะพูดคุยฯ
และกระบวนการพูดคุยที่ตั้งขึ้น เป็นกระบวนการลอยๆ ไม่มีกฎหมายรองรับ
จึงไม่มีข้อผูกมัดต้องนำเข้าขอความเห็นชอบจากสภา
-ขณะที่ฝ่ายผู้เห็นต่าง
นำโดยบีอาร์เอ็น ก็ไม่ได้มีเอกภาพ การสร้างเครือข่ายนักรบในรูปแบบ “องค์กรลับ”
ทำให้บีอาร์เอ็นไม่สามารถควบคุมสมาชิกได้ทั้งหมด จึงไม่มีอะไรการันตีได้ว่า
หากตัวแทนบนโต๊ะพูดคุยยอมตกลงกับฝ่ายรัฐบาลไทยแล้ว
สมาชิกที่เหลือนอกโต๊ะพูดคุยจะยอมรับด้วย
4.มาเลเซียจริงใจช่วยเหลือไทยในภารกิจดับไฟใต้จริงหรือไม่
-ต้องยอมรับว่า
กลุ่มก่อความไม่สงบใช้ดินแดนมาเลเซียเคลื่อนไหว กบดาน ซ่อนตัว
และสะสมกำลังพลและอาวุธ
-แค่มาเลเซียนิ่ง
ก็ไม่มีวันสงบแล้ว ถามว่าวันนี้มาเลเซียช่วยไทยเต็มร้อยหรือยัง คำตอบคือยัง
อย่างน้อยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ก็มองเห็นชัดเจน
5.ฝ่ายไทยเอง
เอาจริงหรือไม่ที่จะทำให้ไฟใต้มอดดับ
-อย่าลืมว่านี่คือสงครามสมรภูมิเดียวที่กองทัพเหลืออยู่
-การมีสงครามหรือปัญหาความมั่นคง
คือภารกิจ งาน และงบประมาณของกองทัพ และฝ่ายความมั่นคง
-ที่สำคัญ
หน่วยงานความมั่นคงไทยมีเอกภาพทางความคิดแล้วหรือยัง
แต่ละหน่วยมีเป้าหมายเดียวกันในการพูดคุยหรือไม่
แม้จะอยู่ในคณะพูดคุยเดียวกันก็ตาม, Direction ของรัฐไทยมีหรือยังว่าจะยอมได้ถึงขั้นไหน
เขตปกครองตนเอง เขตปกครองพิเศษ หรือไม่ยอมอะไรเลย ฯลฯ
ก้าวต่อไปของยุทธภูมิแยกดินแดน
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง
ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดทำยุทธศาสตร์ดับไฟใต้ของหน่วยงานด้านการข่าวระดับประเทศ
วิเคราะห์ว่า ปัญหาไฟใต้จะยังไม่จบง่าย และจะยิ่งซับซ้อนขึ้น เพราะ
-ระยะนี้และระยะต่อไป
จะเป็นการต่อสู้ของ “ปีกการเมือง” เต็มตัว (การรบ ใช้ความรุนแรง จะลดความสำคัญลง
แต่ไม่ได้แปลว่าสถานการณ์ดีขึ้น)
-“ปีกการเมือง”
ของฝ่ายที่ต้องการแยกดินแดน
จะเข้ามามีบทบาททางการเมืองตั้งแต่ระดับทัองถิ่นจนถึงระดับชาติ
และเป็นพันธมิตรทางการเมืองกับฝ่ายก้าวหน้า
หรือเข้าไปเป็นสมาชิกของพรรคฝ่ายก้าวหน้าเสียเลย
ซึ่งพรรคฝ่ายก้าวหน้าเป็นพรรคการเมืองระดับชาติ
-เราจะเห็นการสร้าง
“ความมีอยู่ทางพฤตินัย” ของปาตานี แล้วค่อยๆ เข้าควบคุมกลไกระดับทัองถิ่น
ขณะที่กลุ่มการเมืองระดับชาติจะเรียกร้องความชอบธรรมเรื่องการปกครองตนเอง
โดยใช้โมเดลกาตาลุญญา ของสเปน และอาเจะห์ ของอินโดนีเซีย
-ยุทธศาสตร์บีอาร์เอ็น
กำลังเดินแนวนี้ คำถามคือ คณะพูดคุยแบบนี้ พร้อมรับมือแล้วหรือยัง?

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น