เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไม้แก่นรับแจ้งเหตุโจรใต้ลอบยิงกำนันตำบลดอนทราย บริเวณหน้ามัสยิดป่าไหม หมู่ที่ 1 ต.ดอนทราย อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี หลังรับแจ้งจึงจัดกำลังเจ้าหน้าทีเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นลานหญ้าบริเวณมัสยิด ใต้ต้นไม้พบร่างไร้วิญญาณ นอนหงายจมกองเลือดเป็นจำนวน ผู้ตายสวมเสื้อยืดสีขาว และสวมผ้าโสร่ง ชาวบ้านได้นำผ้ามาคลุมร่างไว้ ทราบชื่อคือ นายดลลาเต๊ะ มะแซ มีตำแหน่งเป็น กำนัน ม.1 ต.ดอนทราย อ.ไม้แก่น มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าบริเวณลำตัว และศรีษะ เจ้าหน้าที่ได้นำศพไปยัง รพ.ไม้แก่น เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพ จากนั้นญาติมารับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตายขับรถกระบะออกจากบ้าน เพื่อไปละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิด ห่างจากบ้านประมาน1 กม. เมื่อผู้ตายมาถึงได้ทำการจอดรถใต้ต้นไม้ และกำลังเดินไปมัสยิด ปรากฏว่ามีกลุ่มโจรใต้จำนวน 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ยี่ห้อและป้ายทำเบียน ซึ่งคาดว่าคนร้ายได้มาดักรอก่อนแล้ว เมื่อผู้ตายมาถึง จากนั้น 1 ในโจรใต้ใช้อาวุธปืนพกสั่นไม่ทราบชนิดและขนาด ประกบยิงผู้ตายระยะเผาขน จำนวน 3 นัด เข้าลำตัว และศรีษะ เสียชีวิตทันที หลังก่อเหตุคนร้ายเร่งเครื่องหลบหนี
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวน พร้อมไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดทุกเส้นทางที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุและหลบหนี ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์หวังทำร้ายผู้นำท้องถิ่นที่ทำงานให้รัฐ เนื่องจากที่ผ่านมา มีเหตุยิงกำนัน และผู้ใหญ่บ้านอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหตุมักจะเกิดวันศุกร์ คนร้ายได้ชวยโอกาสที่ผู้ตายกำลังไปละหมาด
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า
ในวันเดียวกัน เวลา 13.30 น นางฟาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี
เดินทางเข้าเยี่ยมครอบครัวกำนัน ที่บ้านเลขที่ 1 ม.1 ต.ดอนทราย อ.ไม้แก่นพร้อมมอบข้าวสาร และเงินเยียวยาเบื้องต้นแกครอบครัว
รวมถึงได้กล่าวแสดงความเสียใจ พร้อมส่งกำลังให้กับครอบครัวของกำนัน ขณะเดียวกันมีบรรดาญาติพี่น้องเป็นจำนวนมากเดินมาร่วมแสดงความเสียใจ
โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างความโศกเศร้าเสียใจที่สูญเสียคนสำคัญไป
สำหรับครอบครัวกำนันมีกันอยู่
6 คน ประกอบด้วย ภรรยาและลูกสาว 4 คน ลูกชายสุดท้อง 1 คน กำนันถือเป็นเสาหลักของบ้าน ทำงานหาเงินเลี้ยงคนในครอบครัว
ส่วนสภาพจิตใจของครอบครัวยังคงย้ำแย่ ยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
และทั้งครอบครัวเสียใจและร้องให้ออกมาอยู่ตลอด โดยเฉพาะลูกสาวคนโต
เสียใจที่พ่อจากไปโดยยังไม่ทันเห็นความสำเร็จของลูกที่ใกล้เรียนจบ
นางสาวนุรฟาติน มะแซ ลูกสาวคนโตเผยว่า ตนทราบข่าว มีคนโทรมาบอกว่าให้กลับบ้านได้ไม่บอกว่าใครเป็นอะไร หลังทราบว่าพ่อเสียก็ตกใจมาก ไม่คาดคิดว่าจะเกิดกับครอบครัว ตนกำลังเรียนอยู่ปี 4 อยู่ในช่วงฝึกงาน และเสียใจมากที่พ่อจากไปโดยไม่ได้เห็นความสำเร็จของตน
ครั้งสุดท้ายที่เจอพ่อคือวันอังคารที่ผ่านมา พ่อไปส่งตนที่มหาลัย จับมือ หอมแก้มลำลากัน กระทั้งมาทราบข่าวว่าพ่อถูกยิงเสียชีวิต
นางสาวนุรฟาตินฯ เผยอีกว่า สำหรับพ่อเป็นคนที่ตามใจลูกทุกอย่าง และรักครอบครัวมาก เป็นเสาหลักของครอบครัว ดูแลภรรยาและลูก 5 คน ส่วนการดำเนินชีวิตหลังจากนี้ ตนเป็นพี่สาวคนโตก็ต้องทำหน้าที่ดูแลแม่และน้องๆ ส่วนสภาพจิตใจของทุกคนยังรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ พ่อเป็นคนดี ดูแลชาวบ้านเป็นอย่างดี อยู่แบบบ้านๆ เรียบง่ายเหมือนชาวบ้านทั่วไป
เผยตอนท้ายทั้งน้ำตาว่า อยากให้หาคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว เขาคิดอย่างไรถึงทำกับพ่อของตนได้ลงคอ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น