วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2566

รวบคนส่งกระสุนปืนให้เด็ก 14 คาบ้านย่านบางแค ยึดของกลางอื้อ

ชุดสืบนครบาล รวบผู้ต้องหาส่งกระสุนปืนให้เยาวชนอายุ 14 ปี ก่อนก่อเหตุกราดยิงในสยามพารากอนได้แล้ว เป็นหนุ่มวัย 29 ปี จับได้คาบ้านย่านบางแค กทม. ยึดปืนของกลาง พร้อมกระสุนกว่า 2,700 นัด

ผู้ต้องหารายนี้ ทราบชื่อคือ นายภัสสรกรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 6 ต.ค.66 ในข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยมิได้รับอนุญาต" ภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในเขตบางบอน กทม. แต่ตำรวจจับกุมได้ที่บ้านอีกหลังหนึ่งในซอยเพชรเกษม 94 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม.

ขณะจับกุมได้เข้าตรวจค้นบ้าน พบสิ่งของอีก 13 รายการ จึงยึดไว้ตรวจสอบ ได้แก่

รายการที่ 1. และ 2. เป็นอาวุธปืนที่มีใบอนุญาต ป.4 (มีและใช้อาวุธปืน) จำนวน 2 กระบอก เป็นปืนพกกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อกล็อก และลูกโม่

3. ลูกกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 4 กล่อง + 5 นัด

4. ลูกกระสุนขนาด .380 จำนวน 7 กล่อง

5. ลูกกระสุนขนาด .22 จำนวน 11 กล่อง

6. ลูกกระสุนลูกซอง จำนวน 14 กล่อง

7. ลูกกระสุนขนาด .38 จำนวน 14 กล่อง

8. ลูกกระสุนขนาด .45 จำนวน 2 กล่อง

9. ลูกกระสุนขนาด .357 จำนวน 1 กล่อง

10. ลูกกระสุนขนาด 7.65 จำนวน 2 กล่อง

รวมจำนวนเครื่องกระสุนที่ยึดได้ 2,765 นัด 

11. โทรศัพท์ จำนวน 3 เครื่อง

12. กล่องพัสดุที่ยังไม่ได้บรรจุ จำนวนมาก

13. อุปกรณ์ในการแพ็กสินค้า จำนวนมาก

3 ผู้ต้องหา เป็นทีมขายกระสุน สำหรับผู้ต้องหาในกลุ่มที่ขายกระสุนปืนให้กับเยาวชนอายุ 14 ปี กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) ร่วมกับทีมพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ขยายผลจากการจับกุมตัวชาย 3 คนที่ขายอาวุธปืนให้เยาวชนอายุ 14 ปี ได้พยานหลักฐานยืนยันการกระทำความผิดเพิ่มเติม เพียงพอให้ออกหมายจับได้อีก 3 รายคือ

1. นายภัสสรกรณ์(สงวนนามสกุล) มีหน้าที่ส่งกระสุนให้เยาวชนอายุ 14 ปี

2. น.ส.สุธิดา(สงวนนามสกุล) มีหลักฐานเป็นบัญชีแถว 2 รับโอนค่ากระสุน รอบที่ 1

3. นายวุฒิพงษ์(สงวนนามสกุล) มีหลักฐานเป็นบัญชีแถว 2 รับโอนค่ากระสุน รอบที่ 3

ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับทั้ง 3 ราย และติดตามจับกุมผู้ต้องหารายแรกได้แล้วที่บ้านย่านบางแค

คุมตัวอีก 1 เป็นหญิง อ้างถูกนำบัญชีธนาคารไปใช้ วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมตัว น.ส.สุธิดา(สงวนนามสกุล) บุคคลตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 6 ต.ค.66 ฐาน “ร่วมกันจำหน่ายเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดย นายธนาวุฒิ(สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นสามี ได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ ขอพา น.ส.สุธิดา เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ฝ่ายสืบสวน สภ.บางสะพานน้อย อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์

น.ส.สุธิดาฯ ให้ถ้อยคำว่าเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว ได้เปิดบัญชีธนาคารกรุงไทย สำหรับใช้เงินอุดหนุนบุตร ต่อมาภายหลัง นายธนาวุฒิฯ สามี จะนำเลขบัญชีของตนไปใช้สำหรับให้ผู้อื่นโอนเงินเข้ามาเป็นประจำ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้แจ้งข้อหาตามหมายจับ และแจ้งสิทธิผู้ต้องหาให้ผู้ถูกจับกุมทราบตามกฎหมาย

ระหว่างสอบปากคำ นายธนาวุฒิฯ เพื่อประกอบในสำนวนคดี ได้เชิญตัวเข้าตรวจค้นบ้านใน ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย เพื่อหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในคดี

รวบรายสุดท้ายสงสัย “บัญชีม้า” ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัว นายวุฒิพงษ์(สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในคดีเดียวกัน โดยจับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่ง ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย

จากการสอบปากคำนายวุฒิพงษ์ฯ ให้การว่าเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ได้เปิดบัญชีธนาคารให้กับสามีของ น.ส.สุธิดาฯ ผู้ต้องหารายก่อนหน้านี้ โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 1,000 บาท ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น