ชุดสืบนครบาล
รวบผู้ต้องหาส่งกระสุนปืนให้เยาวชนอายุ 14 ปี ก่อนก่อเหตุกราดยิงในสยามพารากอนได้แล้ว
เป็นหนุ่มวัย 29 ปี จับได้คาบ้านย่านบางแค กทม. ยึดปืนของกลาง พร้อมกระสุนกว่า
2,700 นัด
ผู้ต้องหารายนี้
ทราบชื่อคือ นายภัสสรกรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี
เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 6 ต.ค.66 ในข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยมิได้รับอนุญาต"
ภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในเขตบางบอน กทม.
แต่ตำรวจจับกุมได้ที่บ้านอีกหลังหนึ่งในซอยเพชรเกษม 94 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค
กทม.
ขณะจับกุมได้เข้าตรวจค้นบ้าน
พบสิ่งของอีก 13 รายการ จึงยึดไว้ตรวจสอบ ได้แก่
รายการที่
1. และ 2.
เป็นอาวุธปืนที่มีใบอนุญาต ป.4 (มีและใช้อาวุธปืน) จำนวน 2 กระบอก
เป็นปืนพกกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อกล็อก และลูกโม่
3. ลูกกระสุนขนาด
9 มม. จำนวน 4 กล่อง + 5 นัด
4. ลูกกระสุนขนาด
.380 จำนวน 7 กล่อง
5. ลูกกระสุนขนาด
.22 จำนวน 11 กล่อง
6. ลูกกระสุนลูกซอง
จำนวน 14 กล่อง
7. ลูกกระสุนขนาด
.38 จำนวน 14 กล่อง
8. ลูกกระสุนขนาด
.45 จำนวน 2 กล่อง
9. ลูกกระสุนขนาด
.357 จำนวน 1 กล่อง
10. ลูกกระสุนขนาด
7.65 จำนวน 2 กล่อง
รวมจำนวนเครื่องกระสุนที่ยึดได้ 2,765 นัด
11. โทรศัพท์
จำนวน 3 เครื่อง
12. กล่องพัสดุที่ยังไม่ได้บรรจุ
จำนวนมาก
13. อุปกรณ์ในการแพ็กสินค้า
จำนวนมาก
3
ผู้ต้องหา เป็นทีมขายกระสุน สำหรับผู้ต้องหาในกลุ่มที่ขายกระสุนปืนให้กับเยาวชนอายุ
14 ปี กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.)
ร่วมกับทีมพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ขยายผลจากการจับกุมตัวชาย 3
คนที่ขายอาวุธปืนให้เยาวชนอายุ 14 ปี
ได้พยานหลักฐานยืนยันการกระทำความผิดเพิ่มเติม เพียงพอให้ออกหมายจับได้อีก 3
รายคือ
1. นายภัสสรกรณ์(สงวนนามสกุล)
มีหน้าที่ส่งกระสุนให้เยาวชนอายุ 14 ปี
2. น.ส.สุธิดา(สงวนนามสกุล)
มีหลักฐานเป็นบัญชีแถว 2 รับโอนค่ากระสุน รอบที่ 1
3. นายวุฒิพงษ์(สงวนนามสกุล)
มีหลักฐานเป็นบัญชีแถว 2 รับโอนค่ากระสุน รอบที่ 3
ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับทั้ง
3 ราย และติดตามจับกุมผู้ต้องหารายแรกได้แล้วที่บ้านย่านบางแค
คุมตัวอีก
1 เป็นหญิง อ้างถูกนำบัญชีธนาคารไปใช้ วันเดียวกัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมตัว น.ส.สุธิดา(สงวนนามสกุล)
บุคคลตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 6 ต.ค.66 ฐาน “ร่วมกันจำหน่ายเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต”
โดย นายธนาวุฒิ(สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นสามี ได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ ขอพา น.ส.สุธิดา
เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ฝ่ายสืบสวน สภ.บางสะพานน้อย อ.บางสะพานน้อย
จ.ประจวบคีรีขันธ์
น.ส.สุธิดาฯ
ให้ถ้อยคำว่าเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว ได้เปิดบัญชีธนาคารกรุงไทย
สำหรับใช้เงินอุดหนุนบุตร ต่อมาภายหลัง นายธนาวุฒิฯ สามี
จะนำเลขบัญชีของตนไปใช้สำหรับให้ผู้อื่นโอนเงินเข้ามาเป็นประจำ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้แจ้งข้อหาตามหมายจับ
และแจ้งสิทธิผู้ต้องหาให้ผู้ถูกจับกุมทราบตามกฎหมาย
ระหว่างสอบปากคำ
นายธนาวุฒิฯ เพื่อประกอบในสำนวนคดี ได้เชิญตัวเข้าตรวจค้นบ้านใน ต.บางสะพาน
อ.บางสะพานน้อย เพื่อหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในคดี
รวบรายสุดท้ายสงสัย
“บัญชีม้า” ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัว นายวุฒิพงษ์(สงวนนามสกุล)
ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในคดีเดียวกัน โดยจับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่ง
ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย
จากการสอบปากคำนายวุฒิพงษ์ฯ
ให้การว่าเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ได้เปิดบัญชีธนาคารให้กับสามีของ
น.ส.สุธิดาฯ ผู้ต้องหารายก่อนหน้านี้ โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 1,000
บาท ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น