วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569

ความเข้าใจผิดตลอด 21 ปี ผู้ก่อเหตุปะทะเจ้าหน้าที่จนเสียชีวิต ถือเป็น "ซาฮีด" และไม่ต้องอาบน้ำศพ... จริงหรือ

🛑 ความเข้าใจผิดตลอด 21 ปี: ผู้ก่อเหตุปะทะเจ้าหน้าที่จนเสียชีวิต ถือเป็น "ซาฮีด" และไม่ต้องอาบน้ำศพ... จริงหรือ?

หลายปีที่ผ่านมา มักมีการแชร์ข้อมูลและความเชื่อที่คลาดเคลื่อนว่า ผู้ก่อเหตุรุนแรง (ผกร.) ที่เสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่รัฐ ถือเป็นนักรบพลีชีพ หรือ "ซาฮีด" ทำให้เกิดการละเว้นไม่ชำระล้างร่างกาย (ไม่อาบน้ำศพ) และไม่ละหมาดศพ

แต่ในมุมมองของ นักวิชาการอิสลาม สำนักจุฬาราชมนตรี และองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ได้ให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ไว้ชัดเจน ดังนี้ครับ:

ประเทศไทยไม่ใช่ "ดินแดนแห่งสงคราม" (ดารุ้ลฮัรบี): มุสลิมในไทยมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาและประกอบพิธีกรรมอย่างเต็มที่ ภายใต้พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นองค์ศาสนูปถัมภก ดังนั้นปัญหาในพื้นที่จึงไม่ใช่เรื่องของศาสนา

ไม่ใช่การพลีชีพเพื่อศาสนา: การบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการกระทำผิดกฎหมาย เป็นอาชญากร หรือการใช้อาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ไม่เข้าข่ายการเป็น "ซาฮีด" ในสมรภูมิรบ

ต้องจัดการศพตามหลักศาสนา: เมื่อไม่ใช่การตายแบบซาฮีด (ในสงครามศาสนา) ผู้เสียชีวิตจึง "จำเป็นต้องได้รับการอาบน้ำศพ ห่อศพ และละหมาดศพ" อย่างถูกต้อง

ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีและเจรจาจากเบาไปหาหนักเสมอ โดยดึงผู้นำศาสนาและครอบครัวร่วมเกลี้ยกล่อม แต่การปะทะมักเกิดจากฝ่ายผู้ก่อเหตุเลือกใช้อาวุธยิงใส่ก่อน

🤝 ถึงเวลาที่ต้องร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

ไม่มีใครอยากให้เกิดความสูญเสียในพื้นที่ ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และผู้นำท้องถิ่น จะต้องกล้าลุกขึ้นมาอธิบายหลักการที่ถูกต้อง และสร้างข้อตกลงร่วมกันของชุมชน (ฮูกุมปากัต) ว่าผู้เสียชีวิตทุกคนต้องได้รับการจัดการศพและอาบน้ำศพอย่างถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามอย่างแท้จริง เพื่อเป็นมิติใหม่ในการดับไฟความขัดแย้ง และนำพาสันติสุขกลับคืนสู่ชายแดนใต้ 🕊️✨

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น