วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569

มาเลย์ว่าไง? ไฟใต้เดือด 51 จุด BRN ใช้มาเลเซียเป็นฐานกบดานจริงหรือ? ความจริงใจอยู่ไหน?

มาเลย์ว่าไง? ไฟใต้เดือด 51 จุด BRN ใช้มาเลเซียเป็นฐานกบดานจริงหรือ? ความจริงใจอยู่ไหน?

เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ใหญ่ที่สร้างความกังวลให้กับประชาชน เมื่อมีการก่อเหตุพร้อมกันหลายพื้นที่ โดยข้อมูลของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ณ เวลา 24.00 น. ระบุว่าเกิดเหตุรวม 51 เหตุการณ์ ในจังหวัดนราธิวาส 22 เหตุการณ์, ปัตตานี 11 เหตุการณ์ และยะลา 18 เหตุการณ์

ลักษณะเหตุการณ์มีทั้งการวางระเบิด ลอบวางเพลิง เผายาง ทำลายทรัพย์สิน และก่อกวนในหลายพื้นที่ ลักษณะการเกิดเหตุในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงขีดความสามารถในการประสานงานและการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุ แต่คำถามสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่า “ใครเป็นผู้ก่อเหตุ?เท่านั้น

คำถามที่ใหญ่กว่านั้นคือ

ผู้ก่อเหตุสามารถเตรียมการ เคลื่อนไหว และหลบหนีได้อย่างไร?

และเมื่อพูดถึงปัญหาไฟใต้ ชื่อของ BRN ย่อมถูกจับตามอง เพราะเป็นหนึ่งในกลุ่มหลักที่มีบทบาทในความขัดแย้งและกระบวนการพูดคุยสันติสุขที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในเหตุการณ์ 51 จุดครั้งนี้ การที่สังคมจะสรุปว่า BRN เป็นผู้ลงมือทั้งหมดจำเป็นต้องรอผลการสืบสวนและหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ เพราะในช่วงแรกยังไม่มีการประกาศรับผิดชอบโดยตรงจากกลุ่มดังกล่าว ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและติดตามตัวผู้ก่อเหตุ

มาเลเซียเกี่ยวข้องอย่างไร?

ประเด็นนี้จึงย้อนกลับมาที่ประเทศมาเลเซีย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มาเลเซียมีบทบาทสำคัญในฐานะ ผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างรัฐบาลไทยกับผู้เกี่ยวข้อง รวมถึง BRN โดยรัฐบาลมาเลเซียยืนยันหลายครั้งว่าต้องการสนับสนุนสันติภาพและความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

ล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 นายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียยังหารือร่วมกัน โดยฝ่ายไทยแสดงความขอบคุณต่อบทบาทของมาเลเซียในกระบวนการสันติภาพ ขณะที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียยืนยันว่า มาเลเซีย ไม่สนับสนุนความรุนแรง และจะร่วมมือกับไทยในการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ดังนั้น ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่การตั้งคำถามว่า “มาเลเซียสนับสนุน BRN หรือไม่?แล้วรีบสรุปคำตอบ แต่ควรถามให้ชัดเจนกว่านั้นว่า มาเลเซียมีมาตรการอย่างไรในการป้องกันไม่ให้ดินแดนของตนถูกใช้เป็นพื้นที่หลบซ่อน วางแผน หรือสนับสนุนการก่อเหตุในประเทศไทย?

นี่คือคำถามที่รัฐบาลไทยควรพูดคุยกับรัฐบาลมาเลเซียอย่างตรงไปตรงมา ถ้ามีฐานกบดานจริง ต้องจัดการอย่างไร?

ข้อกล่าวอ้างเรื่องการใช้พื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านเป็นที่พักพิงหรือพื้นที่เตรียมการของผู้ก่อเหตุ เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เพราะหากไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน การกล่าวหาในระดับรัฐต่อรัฐอาจสร้างความเสียหายต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอาจทำให้กระบวนการสันติภาพเดินหน้าลำบากยิ่งขึ้น

แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากฝ่ายความมั่นคงของไทยมีหลักฐานเกี่ยวกับบุคคล เครือข่าย หรือกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับการก่อเหตุจริง สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือ การนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการประสานงานระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ

ไม่ใช่เพียงการตั้งคำถามผ่านสื่อหรือโซเชียลมีเดีย

เพราะการแก้ปัญหาความมั่นคงข้ามพรมแดนต้องอาศัยทั้งการข่าว การแลกเปลี่ยนข้อมูล การติดตามเส้นทางการเงิน การตรวจสอบบุคคล และความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่างสองประเทศ

หากมาเลเซียยืนยันว่าไม่สนับสนุนความรุนแรง สิ่งที่สังคมไทยย่อมคาดหวังก็คือ การแสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า ดินแดนมาเลเซียจะไม่ถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับสนับสนุนการก่อเหตุในประเทศไทย

และนี่ต่างหากที่จะเป็นบททดสอบของคำว่า “ความจริงใจ

แล้วทำไมมาเลเซียไม่ประกาศ BRN เป็นกลุ่มก่อการร้าย?

อีกคำถามหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากคือ เหตุใดรัฐบาลมาเลเซียจึงไม่ประกาศ BRN เป็นองค์กรก่อการร้ายอย่างเป็นทางการ

เรื่องนี้ต้องแยกออกจากกันให้ชัดเจน เพราะการที่ประเทศหนึ่งจะขึ้นบัญชีกลุ่มใดเป็นองค์กรก่อการร้าย เป็นเรื่องของกฎหมาย นโยบายความมั่นคง และการประเมินผลประโยชน์ของประเทศนั้นเอง

มาเลเซียเลือกทำหน้าที่เป็น “ผู้เอื้ออำนวย” กระบวนการพูดคุยระหว่างฝ่ายไทยกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งมาโดยต่อเนื่อง ดังนั้น หากมาเลเซียต้องการรักษาบทบาทดังกล่าว การมีช่องทางติดต่อกับคู่ขัดแย้งจึงไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าเป็นการสนับสนุนการใช้ความรุนแรง

ตรงกันข้าม หากมาเลเซียสามารถใช้ช่องทางดังกล่าวกดดันให้ผู้ที่เกี่ยวข้องยุติการก่อเหตุ และนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ นั่นจะเป็นบทบาทที่เป็นประโยชน์ต่อสันติภาพอย่างแท้จริง

รัฐบาลไทยเองจึงควรใช้บทบาทของมาเลเซียให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่เพียงถามว่า “มาเลเซียอยู่ฝ่ายไหน” แต่ควรถามว่า “มาเลเซียจะช่วยทำให้ความรุนแรงลดลงได้อย่างไร?”

51 จุด จึงไม่ควรถูกมองแค่เรื่องจำนวน

เหตุการณ์ 51 จุดไม่ได้มีความหมายเพียงว่า “เกิดเหตุเยอะ

แต่มันสะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายผู้ก่อเหตุยังมีศักยภาพในการสร้างสถานการณ์ในหลายพื้นที่พร้อมกัน และสามารถสร้างแรงกระเพื่อมทางจิตวิทยาให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวได้

ฝ่ายความมั่นคงไทยเองก็ยอมรับว่าต้องนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปทบทวนและปรับปรุงงานด้านการข่าว โดยมีการประเมินว่าเหตุการณ์อาจมีเป้าหมายด้านจิตวิทยาและต้องการสร้างแรงกดดันต่อเจ้าหน้าที่และสังคม

ที่สำคัญ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น เพราะการแถลงร่วมของฝ่ายความมั่นคงไทยระบุว่า เมื่อขยายการตรวจสอบเหตุการณ์ในช่วงวันที่ 22–23 สิงหาคม พบเหตุการณ์รวม 75 เหตุการณ์ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา

นี่จึงเป็นสัญญาณที่รัฐต้องนำไปวิเคราะห์อย่างจริงจัง ความจริงใจต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ ในที่สุดแล้ว การแก้ปัญหาไฟใต้ไม่สามารถฝากไว้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้

รัฐบาลไทยต้องเพิ่มประสิทธิภาพด้านการข่าว ป้องกันเหตุ และคุ้มครองประชาชน ขณะเดียวกันก็ต้องเดินหน้ากระบวนการพูดคุยทางการเมืองอย่างมีหลักการ

ฝ่าย BRN หรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง หากต้องการพิสูจน์ว่าต้องการสันติภาพจริง ก็ต้องแสดงออกด้วยการยุติการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่

ส่วนมาเลเซีย ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการพูดคุย ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้ทุกฝ่ายเห็นว่า พื้นที่ของมาเลเซียจะไม่กลายเป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการก่อความรุนแรงในประเทศไทย

เพราะ “ความจริงใจ” ไม่ได้วัดจากคำพูดบนโต๊ะเจรจาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจาก การกระทำที่เกิดขึ้นบนพื้นดิน

หากทุกฝ่ายต้องการสันติภาพจริง สิ่งแรกที่ควรทำคือหยุดการทำร้ายประชาชน หยุดการสร้างความหวาดกลัว และร่วมกันนำผู้ที่กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

เหตุการณ์ 51 จุดจึงควรเป็นมากกว่าข่าวใหญ่เพียงไม่กี่วัน

      มันควรเป็น บทเรียนครั้งสำคัญ ให้ไทย มาเลเซีย และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับมาถามตัวเองว่า เรากำลังเดินไปสู่สันติภาพจริง ๆ หรือเพียงกำลังพูดเรื่องสันติภาพอยู่บนโต๊ะเจรจา ขณะที่ความรุนแรงยังเกิดขึ้นบนพื้นดิน?

และสำหรับรัฐบาลมาเลเซีย คำถามที่ประชาชนไทยอยากได้คำตอบอาจเรียบง่ายที่สุดว่า “หากมาเลเซียไม่สนับสนุนความรุนแรง แล้วมาเลเซียจะทำอะไรให้เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อไม่ให้ดินแดนของตนถูกใช้เป็นพื้นที่สนับสนุนความรุนแรงต่อประชาชนไทย?

คำตอบต่อคำถามนี้ต่างหากที่จะสะท้อนว่า ความจริงใจในการร่วมแก้ปัญหาไฟใต้มีมากน้อยเพียงใด

#ไฟใต้ #ชายแดนใต้ #BRN #มาเลเซีย #ความมั่นคง #ป่วนใต้51จุด #สันติภาพชายแดนใต้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น