วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ยุบ กอ.รมน." เดือด! เสียงคัดค้านดังลั่นยุบไม่ได้

ยุบ กอ.รมน." เดือด! เสียงคัดค้านดังลั่นยุบไม่ได้

คำว่า "ยุบ" อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการกล่าวออกมา แต่ผลกระทบที่ประชาชนและประเทศชาติอาจต้องเผชิญนั้น อาจกินเวลายาวนานกว่าที่หลายคนคาดคิด โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา ต้องเผชิญทั้งเหตุการณ์ความรุนแรง ความหวาดระแวง และผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงที่ผ่านมา มีข้อเสนอให้ยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยให้เหตุผลว่า หน่วยงานดังกล่าวไม่สามารถยุติปัญหาความไม่สงบได้อย่างเบ็ดเสร็จ อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากหลายฝ่ายที่มองว่า การแก้ปัญหาความมั่นคงไม่ใช่เรื่องของการมีหรือไม่มีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการแก้ไขต้นเหตุของปัญหาอย่างแท้จริง

หลายคนตั้งคำถามว่า หากยุบ กอ.รมน. แล้ว ความรุนแรงจะยุติลงทันทีหรือไม่ คำตอบคงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะความขัดแย้งและเหตุการณ์ความไม่สงบไม่ได้เกิดขึ้นจากการมีอยู่ของหน่วยงานรัฐ หากแต่เกิดจากการกระทำของผู้ที่เลือกใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายของตนเอง

ดังนั้น การอภิปรายเกี่ยวกับอนาคตของหน่วยงานด้านความมั่นคง ควรมุ่งเน้นว่าระบบการทำงานควรได้รับการปรับปรุงอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อประชาชน มากกว่าการคาดหวังว่าการยุบองค์กรเพียงอย่างเดียวจะทำให้ปัญหาคลี่คลาย

สิ่งที่หลายฝ่ายมองว่าสำคัญไม่แพ้กัน คือ การผลักดันให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งลดการใช้ความรุนแรง และสนับสนุนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพอย่างจริงจัง หากผู้ที่ก่อเหตุเลือกยุติการใช้ความรุนแรง ย่อมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลาย และลดความสูญเสียของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกครั้งที่เกิดเหตุรุนแรง สิ่งที่สูญเสียไม่ใช่เพียงอาคาร ถนน สะพาน หรือเสาไฟฟ้า แต่ยังรวมถึงชีวิตของเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้นำศาสนา ครู พ่อค้า แม่ค้า และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่

งบประมาณจำนวนไม่น้อยถูกนำมาใช้เพื่อซ่อมแซมความเสียหายจากเหตุการณ์ความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ หรือการเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัย หากสถานการณ์มีความสงบมากขึ้น งบประมาณเหล่านี้ย่อมสามารถนำไปใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้มากกว่า เช่น การพัฒนาด้านการศึกษา การสาธารณสุข การสร้างอาชีพ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการส่งเสริมเศรษฐกิจในระดับชุมชน

ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ต่างต้องการสิ่งเดียวกัน คือ การใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย ส่งลูกหลานไปโรงเรียนได้โดยไม่ต้องกังวล ประกอบอาชีพได้อย่างมั่นใจ และสามารถดำเนินชีวิตร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนาได้อย่างสันติ

ด้วยเหตุนี้ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของ กอ.รมน. ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริง และการประเมินผลการทำงานอย่างรอบด้าน หากมีจุดอ่อนก็ควรปรับปรุง หากมีภารกิจที่ซ้ำซ้อนก็ควรปฏิรูป แต่ทุกข้อเสนอควรมุ่งตอบคำถามสำคัญว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความปลอดภัยมากขึ้น และสันติภาพเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ท้ายที่สุด ไม่ว่าความเห็นต่อ กอ.รมน. จะเป็นเช่นไร สิ่งที่ทุกฝ่ายน่าจะเห็นตรงกัน คือ ความรุนแรงไม่ควรเป็นคำตอบของปัญหา การเคารพกฎหมาย การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การเปิดพื้นที่ให้มีการพูดคุย และการสร้างความไว้วางใจระหว่างประชาชนกับภาครัฐ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน

การถกเถียงเรื่อง "ยุบ" หรือ "ไม่ยุบ" จึงไม่ควรเป็นเพียงประเด็นทางการเมือง หากแต่ควรตั้งอยู่บนคำถามที่สำคัญที่สุดว่า แนวทางใดจะช่วยลดความสูญเสียของประชาชน และสร้างอนาคตที่มั่นคงและสงบสุขให้กับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างแท้จริง เพราะสุดท้ายแล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงมากที่สุด ไม่ใช่นักการเมืองหรือผู้แสดงความคิดเห็น หากแต่คือประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งในทุก ๆ วัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น