เมื่อเยาวชนถูกล้างสมองด้วยวาทกรรมคนนายู-คนซีแย
ภาพจำของความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ อาจเป็นเสียงปืน ควันระเบิด หรือการสูญเสียที่ปรากฏตามหน้าข่าว แต่มี "ระเบิดเวลา" อีกกลไกหนึ่งที่ทำงานเงียบเชียบ แนบเนียน และอันตรายกว่านั้นมหาศาล นั่นคือ "การล้างสมองและปลูกฝังอุดมการณ์แบ่งแยกให้กับเยาวชน"
แนวร่วมขบวนการสร้างความแตกแยก กำลังใช้เด็กและเยาวชนเป็นเครื่องมือทางการเมือง ผ่านการสร้างความเกลียดชังทางชาติพันธุ์และประวัติศาสตร์บาดแผล
"นายู"
กับ "ซีแย" เป็นวาทกรรมแบ่งแยกที่ถูกสร้างขึ้น
ในพื้นที่ชายแดนใต้ คำว่า "นายู" (มลายู) และ "ซีแย" (สยาม) กำลังถูกบิดเบือนและนำมาใช้เป็นเครื่องมือแบ่งแยก "พวกเรา" ออกจาก "พวกเขา" อย่างสิ้นเชิง
กระบวนการนี้ไม่ได้สอนให้เยาวชนภูมิใจในอัตลักษณ์รากเหง้าของตนเองอย่างสร้างสรรค์ แต่กลับเป็นการปลูกฝังในลักษณะ "กีดกันและเป็นปรปักษ์" * "นายู" ถูกตีกรอบให้หมายถึงเจ้าของพื้นที่ ผู้ถูกกระทำ และต้องต่อสู้
"ซีแย" ถูกตีกรอบให้หมายถึงผู้รุกราน รัฐไทย และรวมไปถึง คนไทยพุทธ ที่อาศัยอยู่ร่วมกันมาหลายชั่วอายุคน
เมื่อเส้นแบ่งนี้ถูกขีดให้ชัดเจนและลึกขึ้นในใจเด็กๆ คำว่า "เราคือคนไทยด้วยกัน" จึงถูกลบเลือนหายไป
กลไกการปลูกฝัง
คือ จากห้องเรียนมืดถึงโลกออนไลน์
การปลูกฝังนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
แต่มีการทำอย่างเป็นระบบผ่านหลายช่องทาง
1.
ประวัติศาสตร์บาดแผล (ด้านเดียว) คือ เลือกเล่าเฉพาะประวัติศาสตร์ความขัดแย้ง
การกดขี่ในอดีต (ที่บางเรื่องถูกขยายความเกินจริงหรือตัดบริบทออก)
เพื่อกระตุ้นความโกรธแค้นและส่งต่อความเกลียดชังจากรุ่นสู่รุ่น
2.
แฝงในกิจกรรมและพื้นที่ปิด คือ มีการใช้พื้นที่นอกระบบ พื้นที่ทางศาสนาบางแห่ง
(ที่ถูกบิดเบือนเจตนารมณ์)
หรือกิจกรรมเยาวชนเพื่อสอดแทรกแนวคิดปฏิเสธการมีอยู่ของรัฐไทย
3.
การผลิตซ้ำบนโซเชียลมีเดีย คือ ใช้สื่อออนไลน์สร้าง Echo Chamber (ห้องเสียงสะท้อน) ให้เยาวชนซึมซับแนวคิดสุดโต่ง
ยกย่องผู้ก่อเหตุรุนแรงให้กลายเป็นฮีโร่ และด้อยค่าแนวทางสันติวิธี
ผลลัพธ์ที่น่ากลัว
คือ ปฏิเสธรัฐ ปฏิเสธคนพุทธ
เมื่อเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชังเติบโต
ผลลัพธ์ที่เราเห็นคือ การปฏิเสธการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม
1.
ปฏิเสธกลไกรัฐ คือ เยาวชนกลุ่มนี้ถูกสอนให้มองเจ้าหน้าที่รัฐ ครู กฎหมายไทย
เป็นสิ่งแปลกปลอมและเป็นศัตรูที่ต้องต่อต้าน
นำไปสู่การไม่ให้ความร่วมมือและพร้อมจะลุกฮือ
2.
ตัดขาดคนไทยพุทธ คือ เพื่อนบ้านชาวไทยพุทธที่เคยพึ่งพาอาศัย ไปมาหาสู่กัน
กลายเป็นเป้าหมายของความหวาดระแวง และถูกมองว่าไม่ใช่ "พวกเดียวกัน"
อีกต่อไป การแบ่งแยกหมู่บ้าน ร้านอาหาร
หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ส่วนตัวเริ่มชัดเจนขึ้น
ถึงเวลาต้องตื่นรู้
ดังนั้น รัฐบาลไทย ทหารไทย ตำรวจไทย ข้าราชการไทย ประชาชนไทย ไม่ควรปล่อยให้เยาวชนในพื้นที่ถูกเพาะเมล็ดพันธุ์ความเกลียดชังต่อไป... สันติภาพที่แท้จริงจะไม่มีวันเกิดขึ้น
รัฐบาล หน่วยงานความมั่นคง กระทรวงศึกษาธิการ และที่สำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ผู้ปกครองในพื้นที่ ต้องรู้เท่าทันขบวนการนี้ ต้องหยุดยั้งการใช้เด็กเป็นเครื่องมือสร้างความเกลียดชัง และเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสังคมพหุวัฒนธรรม

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น