วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568

รู้เท่าทันเล่ห์กลโจรใต้ BRN : แต่งกายลายพราน สร้างความเข้าใจผิด ป้ายสีเจ้าหน้าที่รัฐ

รู้เท่าทันเล่ห์กลโจรใต้ BRN : แต่งกายลายพราน สร้างความเข้าใจผิด ป้ายสีเจ้าหน้าที่รัฐ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ยังคงเป็นปัญหาที่สร้างความสูญเสียให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างต่อเนื่อง กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กลุ่มโจรใต้ BRNยังคงใช้วิธีการที่แยบยลและซับซ้อนมากขึ้น เพื่อสร้างความวุ่นวายและบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐ หนึ่งในวิธีการที่พบบ่อยและน่ากังวลอย่างยิ่ง คือ การแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือแต่งกายลายพราน เพื่ออำพรางตัวและสร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

กลยุทธ์แห่งความหลอกลวง พฤติกรรมการแต่งกายลายพรานหรือคล้ายเครื่องแบบทหารของกลุ่ม BRN ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็น ยุทธวิธีทางจิตวิทยา (Psychological Warfare) ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการ ป้ายสีเจ้าหน้าที่รัฐและบ่อนทำลายความไว้วางใจของประชาชน

เมื่อเกิดเหตุร้าย เช่น การยิง การวางระเบิด หรือการปล้นทรัพย์ในพื้นที่ หากคนร้ายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ ก็จะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าใครคือฝ่ายดีฝ่ายร้าย ผลลัพธ์คือเกิด “ความกลัว ความไม่มั่นใจ และความแตกแยก” ในสังคมท้องถิ่น

หลายกรณีพบว่า กลุ่มโจร BRN มักใช้เสื้อผ้าลายพราน หมวกคลุมหน้า รองเท้าทหาร และแม้แต่ป้ายชื่อปลอม เพื่อหลอกให้ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของรัฐ เมื่อเข้าไปในหมู่บ้าน พวกเขาสามารถแฝงตัว สืบข่าว หรือแม้แต่ก่อเหตุได้โดยไม่เป็นที่สงสัยทันที วิธีการเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำลาย “ภาพลักษณ์ของรัฐ” และ “ความเชื่อมั่นของประชาชน” อย่างเป็นระบบ

การป้ายสีและสร้างสถานการณ์ หลังจากก่อเหตุร้าย กลุ่ม BRN ยังใช้สื่อออนไลน์และเครือข่ายแนวร่วมในพื้นที่ช่วยเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน เช่น การปล่อยข่าวลือว่า “เจ้าหน้าที่เป็นผู้กระทำ” หรือ “รัฐใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ” ทั้งที่แท้จริงแล้วเหตุร้ายเกิดจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายเอง นี่คือ กลยุทธ์ป้ายสี (Blame-shifting strategy) ที่มุ่งทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในพื้นที่

เมื่อประชาชนเกิดความสงสัยหรือไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่ การปฏิบัติงานด้านความมั่นคงก็ยิ่งลำบากมากขึ้น เจ้าหน้าที่อาจถูกต่อต้านจากคนในชุมชน ทั้งที่แท้จริงแล้วพวกเขาคือผู้ที่เสียสละปกป้องชีวิตของประชาชนทุกศาสนา ทุกเชื้อชาติในพื้นที่

ผลกระทบต่อชุมชนและความมั่นคง ผลจากการแต่งกายเลียนแบบของกลุ่ม BRN ไม่เพียงสร้างความสับสนในระดับบุคคล แต่ยังส่งผลต่อโครงสร้างทางสังคมโดยรวม ชุมชนเกิดความแตกแยก ไม่ไว้วางใจกัน ขาดความร่วมมือในการให้ข้อมูลข่าวสารกับภาครัฐ บางคนหวาดกลัวจนไม่กล้าออกมาทำมาหากินในยามค่ำคืน เด็กและสตรีต้องอยู่ในความหวาดระแวงอย่างต่อเนื่อง

ความหวาดกลัวที่เกิดจาก “ภาพลวงตาแห่งเครื่องแบบ” จึงกลายเป็นอาวุธทางจิตวิทยาที่ร้ายแรงยิ่งกว่าปืนหรือระเบิด เพราะมันทำลาย “ความเชื่อมั่น” ซึ่งเป็นรากฐานของสันติสุขในสังคม

รู้เท่าทันเล่ห์กลของผู้ก่อการร้าย ประชาชนในพื้นที่จึงจำเป็นต้อง “ตื่นรู้และรู้เท่าทัน” กลยุทธ์เหล่านี้ การแยกแยะว่าใครคือเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่จริงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยสามารถสังเกตได้จาก การสื่อสารกับผู้นำชุมชน – ทุกภารกิจของเจ้าหน้าที่รัฐจะผ่านการประสานกับผู้นำท้องที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือโต๊ะอิหม่ามประจำหมู่บ้าน

พฤติกรรมและท่าที – เจ้าหน้าที่รัฐจะมีระเบียบวินัย สุภาพ ไม่รุกรานประชาชนโดยไร้เหตุผล ในขณะที่กลุ่มก่อการร้ายมักมีท่าทีรีบร้อน ก้าวร้าว และไม่เปิดเผยตัวตน

หากพบผู้ต้องสงสัยแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่โดยไม่มีหลักฐานหรือพฤติกรรมผิดปกติ ประชาชนควรแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทราบทันที เพื่อให้สามารถตรวจสอบและป้องกันเหตุได้อย่างทันท่วงที

บทบาทของประชาชนต่อการป้องกัน ในสงครามที่ศัตรูใช้ “การหลอกลวง” เป็นอาวุธ การมีประชาชนที่ “รู้เท่าทัน” คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ทุกคนควรมีสติ ไม่หลงเชื่อข่าวลือหรือข้อความบิดเบือนในสื่อออนไลน์ ควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ศูนย์ประชาสัมพันธ์จังหวัด หน่วยทหารในพื้นที่ หรือสื่อของทางราชการ

การรวมพลังกันของประชาชนทุกศาสนา ทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม จะช่วยสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางสังคม” ต่อเล่ห์กลของกลุ่มผู้ก่อการร้าย เมื่อประชาชนไม่หลงเชื่อ ไม่แตกแยก และไม่ตกเป็นเครื่องมือของการป้ายสี พื้นที่ชายแดนใต้ก็จะสามารถกลับมาสู่ความสงบสุขได้ในที่สุด

รัฐบาลและเจ้าหน้าที่กับบทบาทเชิงรุก นอกจากประชาชนแล้ว หน่วยงานภาครัฐเองก็ต้องมีมาตรการเชิงรุกในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เช่น การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อชุมชน การลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชน และการจัดอบรมให้ชาวบ้านรู้จักสังเกตพฤติกรรมต้องสงสัย ตลอดจนการปรับปรุงยุทธวิธีให้เจ้าหน้าที่มีเครื่องแบบและสัญลักษณ์ที่แยกได้ชัดเจนจากกลุ่มเลียนแบบ

เมื่อรัฐทำงานเชิงรุก ประชาชนให้ความร่วมมือ และทุกภาคส่วนตระหนักถึงภัยจาก “กลยุทธ์การแต่งกายป้ายสี” ของกลุ่มโจรใต้ BRN การสร้างสันติสุขในพื้นที่ก็จะไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม

กลุ่มโจรใต้ BRN ใช้การแต่งกายลายพรานหรือคล้ายทหารเพื่อป้ายสีและสร้างความเข้าใจผิด ถือเป็นอาวุธทางจิตวิทยาที่แยบยลและอันตรายที่สุด เพราะมันไม่เพียงทำลายชีวิต แต่ยังบั่นทอนความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชน

วันนี้ เราทุกคนในพื้นที่ต้องร่วมกัน “รู้เท่าทัน ไม่หลงเชื่อ และไม่ตกเป็นเหยื่อของการป้ายสี” การมีสติ การสังเกต การรายงาน และการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ คือพลังสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของบ้านเมือง

ขอให้ทุกคนตระหนักว่า เครื่องแบบไม่ใช่สิ่งบ่งชี้ความดีเสมอไป แต่เจตนาและการกระทำต่างหากที่เป็นตัวชี้ว่าใครคือผู้รักษาความสงบ และใครคือผู้ทำลายมัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น