วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568

ชายแดนใต้ท่ามกลางฤดูการเมือง

ชายแดนใต้ท่ามกลางฤดูการเมือง

เมื่อใดก็ตามที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้ง เสียงหาเสียงและนโยบายที่พรั่งพรูออกมา มักสะท้อนถึงความพยายามของพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ต้องการช่วงชิงคะแนนเสียงจากประชาชนในทุกพื้นที่ หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้-ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ละเอียดอ่อนทางศาสนา วัฒนธรรม และความมั่นคงแห่งชาติ

ในช่วง ตุลาคมถึงพฤศจิกายน ที่กำลังจะมาถึง การเมืองจะเริ่มคึกคักอีกครั้ง ตั้งแต่การดูด ส.ส. เข้าพรรค ไปจนถึงการประกาศนโยบายหาเสียงของแต่ละพรรค แต่เบื้องหลังความคึกคักนั้น อาจมีการเคลื่อนไหวอย่างเงียบ ๆ ของ ขบวนการ BRN และเครือข่ายแนวร่วม ที่พยายามแทรกซึม ชี้นำ และชักจูงนโยบายทางการเมืองให้เอื้อต่อแนวทางการแบ่งแยกและต่อสู้ของตนเอง

แผนร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้การเมือง

ตลอดหลายการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีหลักฐานเชิงพฤติกรรมและแนวโน้มที่ชัดเจนว่า เครือข่าย BRN ใช้โอกาสทางการเมืองในการ “ชี้นำเชิงนโยบาย” ให้พรรคการเมืองต่าง ๆ หันมาให้ความสำคัญกับเรื่อง “อัตลักษณ์เฉพาะกลุ่ม” มากกว่าความมั่นคงร่วมของชาติ พวกเขาอาศัยข้ออ้างเรื่อง “สิทธิเสรีภาพ” และ “การพัฒนาเฉพาะถิ่น” เพื่อผลักดันแนวคิดที่นำไปสู่การแยกตัวทางสังคม วัฒนธรรม และศาสนา

ในทางกลับกัน พรรคการเมืองบางพรรคที่ต้องการคะแนนเสียงจากพื้นที่ จชต. ก็อาจ “หลงกล” หรือ “จงใจร่วมมือ” โดยออกนโยบายที่ดูเหมือนจะตอบโจทย์ประชาชน แต่แท้จริงแล้ว แฝงด้วยเจตนาซ่อนเร้น ที่บั่นทอนเอกภาพของชาติ เช่น

- การผลักดันการศึกษาที่ลดการเรียนรู้ภาษาไทย

- การเรียกร้องให้รัฐลดอำนาจการบริหารพื้นที่ให้กับท้องถิ่นเฉพาะกลุ่ม

- การผลักดันงบประมาณแบบแยกศาสนา

ทั้งหมดนี้ คือช่องทางที่เปิดให้ขบวนการ BRN ใช้เพื่อ “แทรกซึมทางนโยบาย” อย่างแนบเนียน

ความรับผิดชอบของพรรคการเมืองและประชาชน

รัฐธรรมนูญไทยได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า พรรคการเมืองที่ได้เป็นรัฐบาลต้องนำนโยบายที่ใช้หาเสียงมาปฏิบัติจริง ซึ่งหมายความว่า หากพรรคใดออกนโยบายที่บิดเบี้ยว เอื้อให้เกิดความแตกแยก หรือสนับสนุนแนวทางของขบวนการแบ่งแยก นโยบายเหล่านั้นจะกลายเป็นภัยต่อความมั่นคงทันทีเมื่อถูกนำไปใช้จริง

ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่ จชต. ทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม จำเป็นต้อง ตื่นรู้และไม่ปล่อยให้การเมืองนำพาไปในทิศทางที่ผิด

- คนไทยพุทธต้องกล้าแสดงออกถึงสิทธิในการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม

- คนมุสลิมที่รักความสงบต้องร่วมกันส่งเสียงให้ชัดว่า “ไม่เอาความรุนแรง ไม่เอาการแยกดินแดน

- ทั้งสองฝ่ายต้องร่วมกันผลักดันให้นักการเมืองมี นโยบายเพื่อความเข้าใจร่วม ความปลอดภัย และการพัฒนาอย่างแท้จริง

การสร้างกระแส “ตื่นรู้” ของประชาชน

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป เราควรร่วมกันสร้างกระแสในสังคมให้เกิด “การตั้งคำถามเชิงนโยบาย” ต่อทุกพรรคการเมือง เช่น

1. พรรคของท่านมีนโยบายอย่างไรในการดูแลความปลอดภัยของคนไทยพุทธในพื้นที่?

2. จะส่งเสริมพหุวัฒนธรรมอย่างไรให้ทุกศาสนาอยู่ร่วมกันอย่างเสมอภาค?

3. จะป้องกันไม่ให้ขบวนการแบ่งแยกใช้ช่องทางทางการเมืองแทรกซึมได้อย่างไร?

เสียงของประชาชนคือพลังสำคัญในการชี้นำการเมืองให้กลับสู่แนวทางที่ถูกต้อง ไม่ปล่อยให้ขบวนการใดใช้ความอ่อนไหวในพื้นที่มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

การเมือง ในพื้นที่ชายแดนใต้ไม่ใช่เรื่องของคะแนนเสียงเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นสนามที่กลุ่มก่อการร้ายและขบวนการแทรกซึมใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ประชาชนไทยทุกคน โดยเฉพาะในพื้นที่ จชต. ต้อง ร่วมกันเฝ้าระวัง ชี้นำ และเรียกร้องให้นักการเมืองทำการเมืองบนหลักของความจริงใจ ความเป็นธรรม และเอกภาพของชาติ

จงจำไว้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเลือกคนเข้าสภา แต่คือการเลือกอนาคตของแผ่นดินปลายด้ามขวานไทย ว่าจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย หรือปล่อยให้แผนร้ายแทรกซึมเข้าทำลายจากภายใน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น