ยาเสพติด-นักการเมืองกับขบวนการ
BRN
ความเข้มข้นของการตรวจเข้ม
ขยายผลของเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด
รวมทั้งภัยแทรกซ้อนต่างๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศจากการประกาศใช้กฎอัยการศึก
อีกทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ใส่เกียร์ว่าง
สนองนโยบายในการปฏิรูปประเทศ คืนความสุขให้กับคนไทย
ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เช่นเดียวกัน จากการครอบงำของนักการเมืองท้องถิ่น
และนักการเมืองระดับชาติผู้กำหนดชะตากรรมของประชาชนในพื้นที่ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐไม่กล้าเตะผลประโยชน์มหาศาลที่ผิดกฎหมายของนักการเมืองเหล่านี้
ณ วันนี้
นับเป็นโอกาสที่ดีเป็นอย่างยิ่งที่มีการกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติด ธุรกิจผิดกฎหมายทุกชนิดให้หมดสิ้นไป
จากแผ่นดินแห่งนี้ซักที ใครๆ ต่างรู้ดีว่าเงินสะพัดจำนวนมหาศาล ตกอยู่ในกำมือของนักธุรกิจ นักการเมือง ผู้ทรงอิทธิพลในพื้นที่
เสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทอง
รัฐต้องสูญเสียรายได้ปีหนึ่งหลายหมื่นล้าน ที่สำคัญธุรกิจเหล่านี้เป็นแหล่งเงินทุน
เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับโจรใต้ในการก่อเหตุความรุนแรง
การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง
ที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านภัยแทรกซ้อนได้ดำเนินการเป็นจริงเป็นจังมีการประสานงานด้านการข่าวที่แน่นอน
เข้าจู่โจมทำการจับกุมแบบไม่ทันตั้งตัวหลายจุดด้วยกัน
สามารถทะลายแหล่งซุกซ่อนยาบ้าได้เป็นจำนวนมาก
เมื่อมีการขยายผลมีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองท้องถิ่นหลายคนด้วยกัน โดยส่วนใหญ่เป็นหัวเมืองเศรษฐกิจที่มีนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาท่องเที่ยว
เป็นที่น่าสังเกต จากการจับกุมนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ๆ
ในพื้นที่ 3 จชต. พบว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นหลายคนในพื้นที่
อ.ตากใบ และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส อีกทั้งจากการตรวจพบข้อมูลมีการพบบัญชีการใช้เงินซื้อเสียง
รายละ 2,500 บาท จำนวน 175 ราย แสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ของนักการเมืองท้องถิ่น ที่มีพฤติกรรมค้ายาเสพติด
ที่ทำมาค้าขายกันเป็นขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ มีกลุ่มนายทุน
เครือข่ายการค้า กลุ่มเก็บสะสมยาเสพติด และกลุ่มที่ทำหน้าที่ขนย้ายยาเสพติด
มีการนำรายได้จากการค้ายาเสพติดไปซื้อเสียงจนได้รับเลือกตั้งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น
เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างอิทธิพล สำหรับป้องกันตนเอง จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐ
เครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ยังมีความเชื่อมโยงกันเป็นอาชญากรข้ามชาติ มีการโอนเงินไปมาข้ามประเทศ
เพื่อทำการฟอกเงินโดยการประกอบธุรกิจบังหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านอาหาร
กิจการรับเหมาก่อสร้าง บริษัททัวร์ จองตั๋วเครื่องบิน เพื่อใช้ในการอำพรางสถานะ
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นแค่น้ำจิ้มเรียกน้ำย่อยของขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
แต่ไฮไลน์จริงๆ อยู่ที่ขบวนการค้ายาเสพติดมีความเชื่อมโยงกับปัญหาไฟใต้ชนิดแยกกันไม่ออก จากการติดตามตรวจสอบกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด กลุ่มขบวนการ BRN เป็นเนื้อเดียวกัน มีอยู่หลายครั้งเมื่อมีการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดกลับพบว่า มีประวัติพัวพันในการก่อเหตุ
มีหมายจับในคดีความมั่นคงอยู่ด้วย
ข้อมูลเชิงลึกเมื่อมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ
กลุ่มขบวนการ BRN กลับพบว่าเงินที่ใช้ในการก่อเหตุได้รับการสนับสนุนมาจากพ่อค้ายาเสพติด ก็เท่ากับว่าผู้ที่ทำลายสังคม ให้มีความเสื่อมโทรม มอมเมาเยาวชน
ลูกหลานชาวมลายูปัตตานี ให้ติดยาจนถอนตัวไม่ขึ้น คือ “พ่อค้ายาเสพติด” แต่ในขณะเดียวกันพวกชั่วช้า เห็นแก่ได้พวกนี้ ยังเป็นแหล่งเงินทุน เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับโจรใต้ BRN นำไปซื้ออาวุธ
อุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิดกลับมาเข่นฆ่าพี่น้องมลายูปัตตานีอีกทางหนึ่งด้วย
แต่เป้าหมายเดียวกัน คือมอบความตายให้กับพี่น้องพวกเดียวกันเอง ตายแบบผ่อนส่ง กับตายแบบฉับพลัน
นี่คือความชั่วช้า ของขบวนการยาเสพติดที่ยึดครองจังหวัดชายแดนใต้
ด้วยการมอมเมาให้ลูกหลานติดยา
ผสมโรงด้วยขบวนการ BRN สุดโต่ง มุ่งทำลายล้างสร้างความรุนแรง
สร้างความขัดแย้งทางความคิด แยกไทยพุทธ-ไทยมุสลิมออกจากกัน
ทำลายการอยู่ร่วมกันอย่างพหุวัฒนธรรมลงอย่างสิ้นเชิง สันติภาพ สันติสุข ยังไม่เกิด
ตราบใดที่หน่วยงานภาครัฐยังไม่สามารถทำลายล้างขบวนการชั่วช้าหากินบนความเดือดร้อนของประชาชนไม่หมดสิ้น
ตราบนั้นโจรใต้ BRN
ยังมีเชื้อไฟที่คอยเติมลงบนกองเพลิงที่ได้รับการสนับสนุนจากพ่อค้ายาไม่ให้ไฟใต้มอดดับ
เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันบนความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ของประชาชนชาวปาตานีพ่อค้ายาเสพติด
นักการเมือง และขบวนการ BRN คือ 3
ประสานผู้จุดไฟใต้และคอยเติมเชื้อเพลิงไม่ให้มีวันดับ แล้วใครล่ะ? จะเป็นผู้ดับไฟคืนความสันติ
คืนความสงบสุขให้กับประชาชนเจ้าของพื้นที่แห่งนี้...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น