วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568

ยาเสพติด-นักการเมืองกับขบวนการ BRN

ยาเสพติด-นักการเมืองกับขบวนการ BRN

         ความเข้มข้นของการตรวจเข้ม ขยายผลของเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด รวมทั้งภัยแทรกซ้อนต่างๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศจากการประกาศใช้กฎอัยการศึก อีกทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ใส่เกียร์ว่าง สนองนโยบายในการปฏิรูปประเทศ คืนความสุขให้กับคนไทย ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เช่นเดียวกัน จากการครอบงำของนักการเมืองท้องถิ่น และนักการเมืองระดับชาติผู้กำหนดชะตากรรมของประชาชนในพื้นที่ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐไม่กล้าเตะผลประโยชน์มหาศาลที่ผิดกฎหมายของนักการเมืองเหล่านี้

         ณ วันนี้ นับเป็นโอกาสที่ดีเป็นอย่างยิ่งที่มีการกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติด ธุรกิจผิดกฎหมายทุกชนิดให้หมดสิ้นไป จากแผ่นดินแห่งนี้ซักที ใครๆ ต่างรู้ดีว่าเงินสะพัดจำนวนมหาศาล ตกอยู่ในกำมือของนักธุรกิจ นักการเมือง ผู้ทรงอิทธิพลในพื้นที่ เสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทอง รัฐต้องสูญเสียรายได้ปีหนึ่งหลายหมื่นล้าน ที่สำคัญธุรกิจเหล่านี้เป็นแหล่งเงินทุน เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับโจรใต้ในการก่อเหตุความรุนแรง

         การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านภัยแทรกซ้อนได้ดำเนินการเป็นจริงเป็นจังมีการประสานงานด้านการข่าวที่แน่นอน เข้าจู่โจมทำการจับกุมแบบไม่ทันตั้งตัวหลายจุดด้วยกัน สามารถทะลายแหล่งซุกซ่อนยาบ้าได้เป็นจำนวนมาก เมื่อมีการขยายผลมีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองท้องถิ่นหลายคนด้วยกัน โดยส่วนใหญ่เป็นหัวเมืองเศรษฐกิจที่มีนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาท่องเที่ยว

         เป็นที่น่าสังเกต จากการจับกุมนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ๆ ในพื้นที่ 3 จชต. พบว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นหลายคนในพื้นที่ อ.ตากใบ และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส อีกทั้งจากการตรวจพบข้อมูลมีการพบบัญชีการใช้เงินซื้อเสียง รายละ 2,500 บาท จำนวน 175 ราย แสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ของนักการเมืองท้องถิ่น ที่มีพฤติกรรมค้ายาเสพติด ที่ทำมาค้าขายกันเป็นขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ มีกลุ่มนายทุน เครือข่ายการค้า กลุ่มเก็บสะสมยาเสพติด และกลุ่มที่ทำหน้าที่ขนย้ายยาเสพติด มีการนำรายได้จากการค้ายาเสพติดไปซื้อเสียงจนได้รับเลือกตั้งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างอิทธิพล สำหรับป้องกันตนเอง จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐ

         เครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมีความเชื่อมโยงกันเป็นอาชญากรข้ามชาติ มีการโอนเงินไปมาข้ามประเทศ เพื่อทำการฟอกเงินโดยการประกอบธุรกิจบังหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านอาหาร กิจการรับเหมาก่อสร้าง บริษัททัวร์ จองตั๋วเครื่องบิน เพื่อใช้ในการอำพรางสถานะ

         ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นแค่น้ำจิ้มเรียกน้ำย่อยของขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ แต่ไฮไลน์จริงๆ อยู่ที่ขบวนการค้ายาเสพติดมีความเชื่อมโยงกับปัญหาไฟใต้ชนิดแยกกันไม่ออก จากการติดตามตรวจสอบกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด กลุ่มขบวนการ BRN เป็นเนื้อเดียวกัน มีอยู่หลายครั้งเมื่อมีการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดกลับพบว่า มีประวัติพัวพันในการก่อเหตุ มีหมายจับในคดีความมั่นคงอยู่ด้วย ข้อมูลเชิงลึกเมื่อมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ
กลุ่มขบวนการ
BRN กลับพบว่าเงินที่ใช้ในการก่อเหตุได้รับการสนับสนุนมาจากพ่อค้ายาเสพติด ก็เท่ากับว่าผู้ที่ทำลายสังคม ให้มีความเสื่อมโทรม มอมเมาเยาวชน ลูกหลานชาวมลายูปัตตานี ให้ติดยาจนถอนตัวไม่ขึ้น คือ “พ่อค้ายาเสพติด” แต่ในขณะเดียวกันพวกชั่วช้า เห็นแก่ได้พวกนี้ ยังเป็นแหล่งเงินทุน เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับโจรใต้ BRN นำไปซื้ออาวุธ อุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิดกลับมาเข่นฆ่าพี่น้องมลายูปัตตานีอีกทางหนึ่งด้วย แต่เป้าหมายเดียวกัน คือมอบความตายให้กับพี่น้องพวกเดียวกันเอง ตายแบบผ่อนส่ง กับตายแบบฉับพลัน

         นี่คือความชั่วช้า ของขบวนการยาเสพติดที่ยึดครองจังหวัดชายแดนใต้ ด้วยการมอมเมาให้ลูกหลานติดยา ผสมโรงด้วยขบวนการ BRN สุดโต่ง มุ่งทำลายล้างสร้างความรุนแรง สร้างความขัดแย้งทางความคิด แยกไทยพุทธ-ไทยมุสลิมออกจากกัน ทำลายการอยู่ร่วมกันอย่างพหุวัฒนธรรมลงอย่างสิ้นเชิง สันติภาพ สันติสุข ยังไม่เกิด ตราบใดที่หน่วยงานภาครัฐยังไม่สามารถทำลายล้างขบวนการชั่วช้าหากินบนความเดือดร้อนของประชาชนไม่หมดสิ้น ตราบนั้นโจรใต้ BRN ยังมีเชื้อไฟที่คอยเติมลงบนกองเพลิงที่ได้รับการสนับสนุนจากพ่อค้ายาไม่ให้ไฟใต้มอดดับ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันบนความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ของประชาชนชาวปาตานีพ่อค้ายาเสพติด นักการเมือง และขบวนการ BRN คือ 3 ประสานผู้จุดไฟใต้และคอยเติมเชื้อเพลิงไม่ให้มีวันดับ แล้วใครล่ะ? จะเป็นผู้ดับไฟคืนความสันติ คืนความสงบสุขให้กับประชาชนเจ้าของพื้นที่แห่งนี้...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น