วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ประชาชนเริ่มรู้และเข้าใจในขบวนการอาเยาะห์

อาเยาะห์ คืออะไร?....อาเยาะห์ คือการจัดองค์กรของขบวนการที่จัดตั้งขึ้นในหมู่บ้านหรือชุมชน โดยมีตำแหน่งและอำนาจหน้าที่ซ้อนอำนาจรัฐของไทยในแต่ละหมู่บ้าน มีโครงสร้างการจัดอย่างครบถ้วนทั้งแกนนำ กองกำลังแนวร่วม ที่ลอบปฏิบัติด้วยวิธีการที่รุนแรงต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งสามารถควบคุมมวลชนในหมู่บ้านมิให้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ อาเยาะห์ จึงเป็นองค์กรที่เป็นคู่และเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่เสมอมา

อาเยาะห์ มีหน้าที่จัดการงบประมาณและทรัพยากรในหมู่บ้านควบคุมสั่งการให้กองกำลังที่อยู่ในการบังคับบัญชาคือ “RKKหมู่บ้านละประมาณ 6 คน โดยให้การช่วยเหลือสนับสนุนขบวนการ โดยสร้างมวลชนจากชาวบ้านและเยาวชน คอยควบคุมข่มขู่ชาวบ้าน มิให้ชาวบ้านให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม เพจ: สำนักสื่อ Wartani ได้ทำการโพสต์ข้อความ “ควบคุมตัวอาสาสมัครเครือข่ายตัดเย็บองค์กร Perwani (องค์กรผู้หญิงปาตานี)” เจ้าหน้าที่สามฝ่ายสนธิกำลังเข้าปิดล้อมบ้านเลขที่ 59 ม.4 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส โดยได้แสดงตัวขอตรวจค้นภายในบ้าน จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งต้องสงสัยหรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่เจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์ไว้จำนวน 1 เครื่อง โดยโทรศัพท์ดังกล่าวเป็นของน้องชาย เจ้าของบ้านที่เสียชีวิตไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเจ้าของบ้านไปยัง ฉก.ตันหยงมัส เพื่อทำการซักถามข้อมูล จากนั้นได้ส่งตัวไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี เพื่อขยายผลเพิ่มเติมโดยยังไม่ทราบชะตากรรม

การทำการโพสต์ดังกล่าวของเพจ: สำนักสื่อ Wartani ต้องการทำลายความชอบธรรมในการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมตัวเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นสุภาพสตรีย่อมมีความอ่อนไหวต่อความรู้สึก ซึ่งสิ่งที่สื่อแนวร่วมทำการโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อต้องการวัตถุประสงค์อะไรบางอย่าง ในบางครั้งเกินเลยจนขาดข้อเท็จจริง

จากการติดตามข่าวสารในประเด็นดังกล่าวที่ไปที่มาในการควบคุมตัวผู้หญิงเจ้าของบ้าน (ขอสงวนชื่อจริง) เรียกว่า “เมาะ” ก็แล้วกันเพื่อความเข้าใจ ต้นสายปลายเหตุเป็นมาอย่างไร และเจ้าหน้าที่รังแกหรือบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมกับประชาชนจริงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสตรีด้วยแล้วหากเป็นความจริงเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับไม่ได้

จนในที่สุดสิ่งที่ผู้เขียนอยากรู้ก็ปรากฏ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้จัดเวที “เปิดเผยความจริง” เพื่อนำความจริงมาเปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้นำศาสนา ญาติของผู้ต้องสงสัย และชาวบ้านในชุมชนเข้าร่วมรับฟัง ณ มัสยิด บ้านบองอ ม.4 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส กรณีการเชิญตัวเมาะมีการนำตัวไปยัง ศูนย์ซักถาม ขกท.สน.จชต. ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานีจริง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา

ในการเปิดเวทีเริ่มต้นจาก ผู้การ ฉก.ทพ.45 ได้อธิบายให้ทราบถึงสาเหตุของการควบคุมตัวเมาะ ไปทำการซักถามเพราะสาเหตุมาจากโทรศัพท์ที่เจ้าหน้าที่ยึดได้ภายในบ้านพัก ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าเป็นของน้องชายที่เสียชีวิตไปแล้วมาใช้ มีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงเหตุการณ์คนร้ายลอบยิง นายอาหามะ ฮะซา เสียชีวิตในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2561 จึงอาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 8 และ 15 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 เชิญตัวเพื่อให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่

เมาะได้เล่าในระหว่างที่ถูกควบคุมตัวได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ในระหว่างการดำเนินการซักถาม ซึ่งไม่คิดว่าจะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าหน้าที่เช่นนี้ จากข้อมูลเชิงลึก เมาะ ให้การยอมรับว่าเมื่อประมาณปี 2546 ที่ผ่านมา ตนเองได้ทำการสาบานตนเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม ผกร. โดยถูกจัดให้อยู่ฝ่ายสตรี (อีบู) มีหน้าที่ให้การสนับสนุนกลุ่ม ผกร. คอยเป็นหูเป็นตาสอดส่องความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วรายงานไปยังแกนนำในพื้นที่

อีกทั้งคอยชักจูงสตรีภายในหมู่บ้านให้เข้ามาร่วมกลุ่ม “อีบู” มีการระดมเงินสนับสนุนกลุ่ม ผกร. ในพื้นที่

สิ่งที่ประชาชนได้รับจากการออกมาเปิดเผยความจริง ประชาชนเริ่มรู้และเข้าใจในขบวนการอาเยาะห์ ได้ทราบถึงข้อเท็จจริง และได้ทราบถึงกระบวนการของ ผกร. ที่หลอกใช้คนที่รู้ไม่เท่าทันต้องคอยสนับสนุน ผกร. อย่างไม่เต็มใจ กลุ่มขบวนการสร้างมวลชนจากชาวบ้านเยาวชน โดยจะเน้นเลือกคนที่มีนิสัยเงียบๆ ไม่ชอบยุ่งกับใคร เป็นคนรักครอบครัว เมาะคือเป้าหมายคนหนึ่ง ที่เคยเป็นแนวร่วมทำหน้าที่สอดส่องความเคลื่อนไหวเจ้าหน้าที่รัฐ และระดมเงินทุนสนับสนุน ผกร. ส่วน RKK จะคัดกรองจากเยาวชนที่เห็นด้วยกับการต่อสู้ของกลุ่มขบวนการในแนวทางญิฮาด และคอยควบคุมข่มขู่ชาวบ้าน มิให้ชาวบ้านให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้กลับมาสงบสุข โดยมีเป้าหมายในการแบ่งแยกดินแดนแยกตัวเป็นเอกราชจากรัฐบาลไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น