อาเยาะห์
คืออะไร?....อาเยาะห์ คือการจัดองค์กรของขบวนการที่จัดตั้งขึ้นในหมู่บ้านหรือชุมชน
โดยมีตำแหน่งและอำนาจหน้าที่ซ้อนอำนาจรัฐของไทยในแต่ละหมู่บ้าน
มีโครงสร้างการจัดอย่างครบถ้วนทั้งแกนนำ กองกำลังแนวร่วม
ที่ลอบปฏิบัติด้วยวิธีการที่รุนแรงต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งสามารถควบคุมมวลชนในหมู่บ้านมิให้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ
อาเยาะห์ จึงเป็นองค์กรที่เป็นคู่และเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่เสมอมา
อาเยาะห์
มีหน้าที่จัดการงบประมาณและทรัพยากรในหมู่บ้านควบคุมสั่งการให้กองกำลังที่อยู่ในการบังคับบัญชาคือ
“RKK” หมู่บ้านละประมาณ 6 คน โดยให้การช่วยเหลือสนับสนุนขบวนการ โดยสร้างมวลชนจากชาวบ้านและเยาวชน
คอยควบคุมข่มขู่ชาวบ้าน มิให้ชาวบ้านให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อวันที่
26 ตุลาคม เพจ: สำนักสื่อ Wartani
ได้ทำการโพสต์ข้อความ “ควบคุมตัวอาสาสมัครเครือข่ายตัดเย็บองค์กร Perwani
(องค์กรผู้หญิงปาตานี)”
เจ้าหน้าที่สามฝ่ายสนธิกำลังเข้าปิดล้อมบ้านเลขที่ 59 ม.4 ต.บองอ อ.ระแงะ
จ.นราธิวาส โดยได้แสดงตัวขอตรวจค้นภายในบ้าน
จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งต้องสงสัยหรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ
แต่เจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์ไว้จำนวน 1 เครื่อง โดยโทรศัพท์ดังกล่าวเป็นของน้องชาย
เจ้าของบ้านที่เสียชีวิตไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเจ้าของบ้านไปยัง
ฉก.ตันหยงมัส เพื่อทำการซักถามข้อมูล จากนั้นได้ส่งตัวไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร
จ.ปัตตานี เพื่อขยายผลเพิ่มเติมโดยยังไม่ทราบชะตากรรม
การทำการโพสต์ดังกล่าวของเพจ:
สำนักสื่อ Wartani
ต้องการทำลายความชอบธรรมในการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมตัวเจ้าของบ้าน
ซึ่งเป็นสุภาพสตรีย่อมมีความอ่อนไหวต่อความรู้สึก
ซึ่งสิ่งที่สื่อแนวร่วมทำการโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อต้องการวัตถุประสงค์อะไรบางอย่าง ในบางครั้งเกินเลยจนขาดข้อเท็จจริง
จากการติดตามข่าวสารในประเด็นดังกล่าวที่ไปที่มาในการควบคุมตัวผู้หญิงเจ้าของบ้าน
(ขอสงวนชื่อจริง) เรียกว่า “เมาะ” ก็แล้วกันเพื่อความเข้าใจ
ต้นสายปลายเหตุเป็นมาอย่างไร
และเจ้าหน้าที่รังแกหรือบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมกับประชาชนจริงหรือไม่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสตรีด้วยแล้วหากเป็นความจริงเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับไม่ได้
จนในที่สุดสิ่งที่ผู้เขียนอยากรู้ก็ปรากฏ
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้จัดเวที
“เปิดเผยความจริง” เพื่อนำความจริงมาเปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้นำศาสนา
ญาติของผู้ต้องสงสัย และชาวบ้านในชุมชนเข้าร่วมรับฟัง ณ มัสยิด บ้านบองอ ม.4
ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส กรณีการเชิญตัวเมาะมีการนำตัวไปยัง ศูนย์ซักถาม
ขกท.สน.จชต. ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานีจริง
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา
ในการเปิดเวทีเริ่มต้นจาก
ผู้การ ฉก.ทพ.45 ได้อธิบายให้ทราบถึงสาเหตุของการควบคุมตัวเมาะ
ไปทำการซักถามเพราะสาเหตุมาจากโทรศัพท์ที่เจ้าหน้าที่ยึดได้ภายในบ้านพัก ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าเป็นของน้องชายที่เสียชีวิตไปแล้วมาใช้
มีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงเหตุการณ์คนร้ายลอบยิง นายอาหามะ ฮะซา
เสียชีวิตในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2561
จึงอาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 8 และ 15 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457
เชิญตัวเพื่อให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่
เมาะได้เล่าในระหว่างที่ถูกควบคุมตัวได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ในระหว่างการดำเนินการซักถาม
ซึ่งไม่คิดว่าจะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าหน้าที่เช่นนี้ จากข้อมูลเชิงลึก เมาะ
ให้การยอมรับว่าเมื่อประมาณปี 2546 ที่ผ่านมา ตนเองได้ทำการสาบานตนเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม
ผกร. โดยถูกจัดให้อยู่ฝ่ายสตรี (อีบู) มีหน้าที่ให้การสนับสนุนกลุ่ม ผกร.
คอยเป็นหูเป็นตาสอดส่องความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วรายงานไปยังแกนนำในพื้นที่
อีกทั้งคอยชักจูงสตรีภายในหมู่บ้านให้เข้ามาร่วมกลุ่ม
“อีบู” มีการระดมเงินสนับสนุนกลุ่ม ผกร. ในพื้นที่
สิ่งที่ประชาชนได้รับจากการออกมาเปิดเผยความจริง
ประชาชนเริ่มรู้และเข้าใจในขบวนการอาเยาะห์ ได้ทราบถึงข้อเท็จจริง
และได้ทราบถึงกระบวนการของ ผกร. ที่หลอกใช้คนที่รู้ไม่เท่าทันต้องคอยสนับสนุน ผกร.
อย่างไม่เต็มใจ กลุ่มขบวนการสร้างมวลชนจากชาวบ้านเยาวชน
โดยจะเน้นเลือกคนที่มีนิสัยเงียบๆ ไม่ชอบยุ่งกับใคร เป็นคนรักครอบครัว เมาะคือเป้าหมายคนหนึ่ง
ที่เคยเป็นแนวร่วมทำหน้าที่สอดส่องความเคลื่อนไหวเจ้าหน้าที่รัฐ
และระดมเงินทุนสนับสนุน ผกร. ส่วน RKK จะคัดกรองจากเยาวชนที่เห็นด้วยกับการต่อสู้ของกลุ่มขบวนการในแนวทางญิฮาด
และคอยควบคุมข่มขู่ชาวบ้าน มิให้ชาวบ้านให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
ให้กลับมาสงบสุข โดยมีเป้าหมายในการแบ่งแยกดินแดนแยกตัวเป็นเอกราชจากรัฐบาลไทย


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น