คนไทยทุกศาสนาโชคดีที่สุดแล้วที่ได้เกิดบนผืนแผ่นดินไทย
เพราะเปิดกว้างและให้สิทธิเสรีภาพในทุกด้าน
พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในมุมมองของหลายๆ
คน
ที่แสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางต่างๆ ในลักษณะประชาชนถูกลิดรอนสิทธิ ถูกจำกัดสิทธิ
หรือ ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมมักปรากฎให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง
ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถแสดงออกได้ตามสิทธิที่พึงมีของตน
แต่ในความคิดเห็นของผู้เป็นเสาหลักทางศาสนาของศาสนาพุทธและอิสลามที่จังหวัดนราธิวาส
ได้เปิดเผยข้อมูลอีกด้านที่เกิดขึ้นจากการพบเห็นและสัมผัสมาด้วยตนเองจากประสบการณ์จริงของทั้ง
2 ท่าน
พระโสภณคุณาธาร
เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส เจ้าอาวาสวัดทองดีประชาราม กล่าวว่า
คนไทยทุกศาสนามีเสรีภาพและความเสมอภาคภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ
ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ซึ่งเปิดกว้างให้ทุกคนได้รับสิทธิในการดำรงชีวิตและแสดงออกอย่างเหมาะสมหากเป็นการกระทำที่ไม่ผิดกฎหมาย
รวมทั้งไม่กระทบหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับบุคคลอื่นและสังคม
สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนที่มีผู้นับถือศาสนาอย่างหลากหลาย
โดยวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่
ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขโดยไม่มีความขัดแย้งทางศาสนาผู้ใดอยากจะประกอบศาสนกิจ
หรือทำกิจกรรมอะไรก็สามารถทำได้อย่างเสรี ประชาชนทุกศาสนาอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยสัมพันธภาพที่ดี
ไม่มีใครถูกลิดรอนสิทธิของความเป็นพลเมืองไทยในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ส่วนที่เป็นปัญหาความขัดแย้ง
ส่วนหนึ่งมาจากความเห็นต่างของบุคคลบางกลุ่มที่อาจเกิดจากความไม่เข้าใจหรือได้รับข้อมูลที่ถูกบิดเบือน
จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่ต้องร่วมกันให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจ ครอบครัว
ผู้นำศาสนา เจ้าหน้าที่รัฐ
และสังคมต้องช่วยกันแก้ปัญหาโดยไม่ผลักภาระหน้าที่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในทางพุทธ
ในวันธรรมสวนะ หรือวันพระใหญ่ พระสงฆ์ที่วัดต่างๆในพื้นที่จะแสดงธรรมเทศนา
เพื่อให้ธรรมะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนเพราะเมื่อมีศาสนาในหัวใจก็จะประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่ดี
เป็นมงคล ที่เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม
ด้านนายซาฟีอี
เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ระบุว่า
"พวกเราภูมิใจที่ได้เป็นคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามในประเทศไทย" เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ให้สิทธิและเสรีภาพอย่างเต็มที่กับทุกๆศาสนา
และที่สุดของความภาคภูมิใจ คือ
ตลอดระยะเวลาของการครองสิริราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองค์ทรงเป็นเอกองค์อัครศาสนูปถัมภก
ที่ทรงอุปถัมป์ศาสนาอิสลามเช่นเดียวกับทุกศาสนาอย่างเท่าเทียม ศาสตร์พระราชา
“เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา”
ที่พระองค์ทรงมีพระราชดำริขึ้นแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์
ที่ทรงเข้าใจพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
และสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างทางศาสนาและวัฒนธรรม
อีกทั้ง
ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังคงสืบสาน รักษา
และต่อยอดตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่รัชกาลที่ 9
โดยทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภกที่ทรงเกื้อหนุนและให้การอุปถัมภ์ศาสนาอิสลาม
จนสามารถรับรู้ได้ถึงพระมหากรุณาธิคุณที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และทุกพื้นที่บนแผ่นดินประเทศไทย
การประกอบศาสนกิจของทุกศาสนิกสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา
รัฐบาลให้การสนับสนุนทุกศาสนา ศาสนสถานได้รับการทำนุบำรุง
ตลอดจนส่งเสริมและดูแลประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลาม ตั้งแต่เด็กที่โรงเรียนตาดีกา
และนักเรียนที่เรียนในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
การส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้ผู้นับถือศาสนาอิสลามเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ที่เป็นข้อบัญญัติหนึ่งของศาสนาอิสลาม
รวมทั้งคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
และโต๊ะอิหม่ามก็ยังได้รับการดูแลโดยไม่ถูกทอดทิ้ง ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ทั้งผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม
และพุทธก็สามารถทำงานและใช้ชีวิตตามที่ตนเองปรารถนา ใครเก่ง
ใครขยันก็ได้รับผลประโยชน์จากความสามารถของตนเอง
ซึ่งสิทธิและเสรีภาพเหล่านี้พวกเราได้รับมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
เชื่อมั่นว่าประชาชนทุกศาสนาที่เกิดเป็นคนไทย และอยู่อาศัยบนแผ่นดินไทยมีความสุขที่สุดแล้ว
สำหรับบทบาทของผู้นำศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ความมุ่งหวังของพวกเราคืออยากเห็นความสันติสุขในพื้นที่
ดังนั้นสิ่งที่ถือปฏิบัติมาโดยตลอดคือ ผู้นำศาสนาที่เป็นเสาหลักของศาสนาในพื้นที่
ทุกคนมีหน้าที่ในการดูแลประชาชน และสัปบุรุษ
ให้อยู่ในแนวทางของหลักศาสนาที่ถูกต้อง ทุกวันศุกร์ผู้นำศาสนาต้องอ่านคุตบะห์
หรือการบรรยายธรรมในหัวข้อหลักๆ
ที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสังคมเกิดสันติสุข เช่น
เรื่องปัญหายาเสพติด เรื่องการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันด้วยความรักความสามัคคีและให้เกียรติของพี่น้องต่างศาสนิก
เรื่องการมีส่วนร่วมในการลดความขัดแย้ง และป้องกันการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ
เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการสร้างสังคมสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยขอยืนยันว่าประเทศไทยให้สิทธิและเสรีภาพอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม
อีกทั้งผู้นำศาสนาในพื้นที่ 13
อำเภอของจังหวัดนราธิวาสได้มีเจตนารมณ์เดียวกันที่ต้องการเห็นความสงบสุขในพื้นที่และพร้อมร่วมสนับสนุนการสร้างสันติสุขในสังคมชายแดนใต้




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น