วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566

การใช้กฎหมายพิเศษใน จชต. คุกคามประชาชนจริงหรือ

การใช้กฎหมายพิเศษใน จชต. คุกคามประชาชนจริงหรือ!!!

เพจ : Patani Peace สันติภาพปาตานี หากใครติดตามและเฝ้าดูความเคลื่อนไหวในการโพสต์น่าสนใจเลยทีเดียว ที่กล่าวว่าน่าสนใจก็คือ การที่เพจนี้บิดเบือนความจริงอย่างหน้าซื่อๆ จากหน้ามือเป็นหลังมือกล่าวอ้างอย่างมั่วๆ กับการกล่าวถึงกองกำลังทหารพราน ชุดดำ ไม่ทราบหน่วย ไม่แสดงตัว เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่บ้านท่าด่าน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี และได้คุมตัวชาวบ้านคนหนึ่งไปยังค่ายอิงคยุทธบริหารโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2561 (ที่ผ่านมา)

อีกทั้งยังได้ทำการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ทหารว่ามักจะคุกคามชาวบ้านท่าด่านอยู่บ่อยครั้ง เพจดังกล่าวคิดเองเออเองว่า ชาวบ้านรู้สึกไม่ปลอดภัย และรู้สึกเกลียดชังกองกำลังทหารมากยิ่งขึ้น เพราะมักใช้อำนาจพิเศษคุกคามชาวบ้าน แม้ไม่มีเหตุการณ์หรือไม่มีสาเหตุ ก็มักชอบมาคุมตัวชาวบ้านที่นี่ตลอด ขณะที่รัฐบาลกำลังเจรจาสันติภาพกับองค์กร MARA Patani แต่กองกำลังในพื้นที่ปฏิบัติไม่เป็นมิตรกับประชาชน สวนทางกับการเจรจาสันติภาพ

การเคลื่อนไหวดังกล่าวของ เพจ : Patani Peace สันติภาพปาตานี หากพิจารณาข้อความที่ใช้มุ่งสร้างความสับสนของข้อมูล กองกำลังที่ไม่ทราบหน่วย คุมตัวชาวบ้านโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นการคุกคามจนชาวบ้านรู้สึกไม่ปลอดภัย เกลียดชังเจ้าหน้าที่ทหารในการใช้กฎหมายพิเศษอีกทั้งเจ้าหน้าที่ทหารไม่เป็นมิตรกับประชาชน และสวนทางกับกระบวนการเจรจาสันติภาพ ถามว่าข้อความทั้งหมดที่ทำการโพสต์ เพื่อ.....

ข้อมูลที่ทำการสื่อออกไป ได้สร้างความรู้สึกเกลียดชังต่อเจ้าหน้าที่ หากผู้ที่บริโภคข่าวสารรับรู้ข้อมูลเพียงด้านเดียว จะทำให้เกิดการต่อต้านอำนาจรัฐ รู้สึกว่ามีการคุกคามและไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าวพบว่า เป็นการบังคับใช้กฎหมายในการพิสูจน์ทราบบุคคลเป้าหมาย สืบเนื่องมาจากผลการซักถาม ซึ่งกระบวนการขั้นตอนในการเข้าทำการพิสูจน์ทราบนั้น มีการแสดงตนต่อเจ้าของบ้านที่ทำการตรวจค้นด้วยความบริสุทธิ์ใจ ที่สำคัญมีบันทึกการตรวจค้น โดยให้ หัวหน้าชุดตรวจค้น ผู้ตรวจค้น และเจ้าของบ้าน จะต้องลงลายมือชื่อในการตรวจค้นทุกครั้ง

การบังคับใช้กฎหมายในการพิสูจน์ทราบบุคคลเป้าหมายในวันดังกล่าว ทราบว่า เป็นการปฏิบัติภารกิจของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 ไม่ใช่แค่บ้านท่าด่าน เพียงที่เดียวเท่านั้น แต่พื้นที่ปฏิบัติการในวันนั้น เป็นพื้นที่ใน อ.ยะหริ่ง 6 เป้าหมายด้วยกัน ไม่ใช่ อ.ปะนาเระ ตามที่เพจ : Patani Peace สันติภาพปาตานีได้ทำการโพสต์ และสามารถควบคุมตัวบุคคลเป้าหมายได้ 1 ราย คือ นายสุไลมาน  ยาแล ภูมิลำเนาบ้านเลขที่ 244 ม.3 ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ควบคุมตัวลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.ยะหริ่ง และส่งตัวต่อให้กับ หน่วยซักถาม ขกท.สน.จชต.เพื่อดำเนินกรรมวิธีซักถามต่อไป

การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ ในการเข้าทำการตรวจค้นย่อมมีมูลเหตุสืบเนื่องมาจากการซักถามผู้ถูกจับกุมก่อนหน้า ไม่ได้กระทำกันพร่ำเพรื่อพอใจหรือไม่พอใจใครก็ทำการควบคุมตัว ประชาชนชาวไทยทุกคนแม้แต่เจ้าหน้าที่เองก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน ไม่มีการละเว้นและเลือกปฏิบัติ ส่วนการใช้กฎหมายพิเศษในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยรวมไม่ได้สร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนแต่อย่างใด ทุกคนยังใช้วิถีชีวิตตามปกติในการประกอบอาชีพ เดินทางไปมาหาสู่กันเช่นเดียวกับภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ แต่จะแตกต่างกันตรงที่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงของกลุ่มขบวนการ จะต้องระแวดระวังภัยเป็นพิเศษเท่านั้นเอง การใช้กฎหมายก็ไม่ได้เคร่งห้ามประชาชนออกจากบ้านเรือนในยามค่ำคืนแต่อย่างใด ผลกระทบที่แท้จริงของการใช้กฎหมายพิเศษคือผู้กระทำความผิด กลุ่มขบวนการที่ทำการก่อเหตุ

เพราะฉะนั้น การใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คุกคามและมีผลกระทบต่อประชาชนจริงหรือ!!! ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่เกิดที่นี่ เติบโตที่นี่ ได้พบได้เห็น สัมผัสกลิ่นอายความรุนแรงและอยู่กับการใช้กฎหมายพิเศษมาสิบกว่าปีไม่เห็นกระทบใดๆ เลย กลับมองว่าการเคลื่อนไหวชี้นำประเด็นต่างๆ เกิดขึ้นจากคนบางกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงหรือมีผลประโยชน์กับกลุ่มขบวนการมากกว่า เพื่อต้องการให้มีการยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษ การออกมาพูดเองเออเองว่าชาวบ้านเกลียดชังเจ้าหน้าที่รัฐใช่หรือไม่ ไม่ต้องอื่นไกลเลยฐานทหารใกล้ๆ บ้าน เห็นชาวบ้านมีอะไรก็นำไปฝากให้พี่ๆ ทหาร ส่วนในหมู่บ้านมีกิจกรรมอะไร มีการมีงาน พี่ๆ ทหารก็มาช่วยเหลือเต็มเติมให้ ยามใดที่จะมีการย้ายฐานออกไปยังรวมตัวกันไปเรียกร้องไม่ให้โยกย้ายไปไหน นี่หรือ!! ชาวบ้านเกลียดชังเจ้าหน้าที่ ก็เพจโจรเหล่านั้นแหละ!! ตัวดีที่คอยบิดเบือน สร้างเรื่องเท็จ สาดโคลนให้เจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหายนำไปสู่ความแตกแยก.....

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น