อุทาหรณ์สอนใจผู้หลงผิดไว้เป็นบทเรียน
เมื่อมีผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้เข้าสู่วังวนความชั่วร้าย
กลับถูกหลอกใช้โดยแกนนำกลุ่มขบวนการให้ทำการก่อเหตุเพื่อสร้างความปั่นป่วน
ความวุ่นวาย ลอบทำร้ายชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ ต้องมีบาปติดตัว
อีกทั้งจะต้องซ่อนตัว
หลบหนีความผิดกลัวถูกเจ้าหน้าที่จับกุมอย่างหัวซุกหัวซุน
ต้องอดอยากปากแห้งอยู่อย่างน่าเวทนาอดมื้อกินมื้อ
ไม่ต้องพูดถึงคราวเจ็บป่วยไม่สบายหรือบาดเจ็บจากการปะทะไม่กล้าเข้าโรงพยาบาล..แม้กระทั่งหยูกยา
ยังไม่มีจะรักษาตัว
ยกตัวอย่าง
กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจยะลา รับมอบตัว นายสาการียา แวกาจิ
แกนนำระดับสั่งการกลุ่มอาร์เคเค ข้อหาร่วมกันก่อการร้าย เผาสถานที่ราชการ เผย
ถูกเจ้าหน้าที่ไล่ล่าต้องหนีออกนอกพื้นที่ โอดใช้ชีวิตลำบาก อดมื้อกินมื้อ
จนครอบครัววอนให้เข้ามอบตัว...
นายสาการียา
แวกาจิ อายุ 33 ปี ชาวบ้านคลองปุด ต.บาละ อ.กาบัง ซึ่งเป็นแกนนำอาร์เคเค
ระดับสั่งการ มีหมายจับ ป.วิอาญา ที่ จส.381/2550 ลงวันที่ 26 กันยายน 2550
และหมายจับที่ จส. 122/2552 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2552 ข้อหาร่วมกันก่อการร้าย
วางเพลิงสถานที่ราชการ
มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่ทางราชการไม่สามารถออกใบอนุญาต โดยมี นายยะฟาร์
ยะโก๊ะ กำนันตำบลบาละ พร้อมพ่อแม่ญาติพี่น้อง เป็นผู้นำตัวมามอบ ต่อปลัดอาวุโสอำเภอกาบัง
โดยมี ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.ญาณพงศ์ อุบลบาน ผกก.สภ.กาบัง ร่วมเป็นพยานในการรับมอบครั้งนั้น
นายสาการียา
ฯ ได้เปิดเผยว่า หลังจากตนได้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวกับความมั่นคง
ถูกเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายออกไล่ล่าติดตามจับกุมตัว แต่ตนเองได้หลบหนีออกนอกพื้นที่
ไปอาศัยอยู่กับเพื่อนๆ ต้องทนทุกข์ต่อความยากลำบากอยู่ตลอดเวลา
อยู่แบบอดมื้อกินมื้อ เพราะต้องคอยหลบซ่อน หลบหนีการปิดล้อมจับกุมมาโดยตลอด
ประกอบกับทางครอบครัว ตลอดจนญาติพี่น้องได้อ้อนวอนขอให้เข้ามอบตัว
จึงได้ติดต่อนายยะฟาร์ ยะโก๊ะ กำนันตำบลบาละ อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา
ให้ช่วยประสานนำตัวเดินทางมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่รัฐ
นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของผู้ที่กระทำความผิดแล้วต้องหลบหนีไป
ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเยี่ยงคนทั่วไป ไม่มีโอกาสได้อยู่ร่วมกับครอบครัวอยู่พร้อมหน้า
พ่อแม่ลูก เพราะเจ้าหน้าที่รัฐจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายติดตามตัวมาลงโทษดำเนินคดี
มิเช่นนั้นหากปล่อยปละละเลยก็เท่ากับว่ากฎหมายไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เท่าเทียม
บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป
ที่น่าสลดใจเป็นอย่างยิ่งคือ
ผู้หลงผิดเหล่านี้ถูกทอดทิ้งต้องเผชิญชีวิตความทุกข์ยากตามยถากรรม
ไม่ได้รับการดูแลจากแกนนำสั่งการ ซึ่งตัวเองกลับเสวยสุขอยู่เมืองนอก
อยู่อย่างสบายอย่างพระราชา แต่นักรบอาร์เคเคเหล่านี้ล่ะ
ต้องอยู่อย่างลำบากอดมื้อกินมื้อน่าอนาถใจ
แล้วอย่างนี้ยังจะเป็นทาสรับใช้กลุ่มขบวนการอยู่อีกหรือ..? บ้านต้องแตกสาแหรกขาด ชีวิตไร้สุขมีแต่ความทุกข์ประดังเข้ามาในชีวิต ต้องตายหรือไม่ก็ติดคุกขาดอิสรภาพลูกเมีย ใคร? จะดูแล... สำนึกซี คราบ เพื่อความสงบสุขของครอบครัว
.jpg)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น