วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566

รั้วกั้นชายแดนไทย-มาเลย์ เป็นเรื่องสมควรทำมานานแล้ว

รั้วกั้นชายแดนไทย-มาเลย์” เป็นเรื่องสมควรทำมานานแล้ว

แก้ปัญหาการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ลดการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ เป็นที่รู้กันดีว่าโจรใต้ได้ใช้บางพื้นที่เป็นช่องทางหลบหนีหรือเคลื่อนไหวหลบซ่อนเข้าไปในเขตประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นแหล่งประกอบระเบิด และเป็นแหล่งบ่มเพาะ เช่นเดียวกับกรณี วางระเบิดหน้าร้านทอง อ. ตากใบ เมื่อวันที่วันที่ 21 ต.ค.66 ใช้ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุถังดับเพลิงหนัก 20 กก. และได้ใช้เส้นทางทางธรรมชาติลักลอบเข้ามาฝั่งไทย และหนีไปกบดานฝั่งเพื่อนบ้าน อย่างง่ายดาย

เมื่อไม่อะไรมากั้นแนวชายแดน การลักลอบหลบหนีเข้าออกชายแดนใต้โดยการใช้เส้นทางธรรมชาติของขบวนการ จึงเป็นสิ่งที่กระทำได้อย่างง่ายดาย การสร้าง “รั้ว” ชายแดนไทย-มาเลเซีย คือการตัดเส้นทางการการหลบหนีของกระบวนการโจรใต้โดยแท้จริง

การมีรั้วกั้นตามแนวชายแดนที่ อ.สุไหงโก-ลก อ.ตากใบ และ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ยังช่วยแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาทำงาน และหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สินค้าหนีภาษี น้ำมันเถื่อน ยาเสพติด การค้ามนุษย์ การค้าอาวุธ

และการล่าช้าจากการอ้างเรื่อง “วิถีชีวิต” ที่ผู้คนตามแนวชายแดนเดินข้ามคลองไปมาหาสู่กันมาเป็นร้อยปีแล้วจึงไม่ควรไปปิดกั้น ทั้งที่รู้กันอยู่ว่าเป็นช่องทางให้แก่สินค้าและแรงงานเถื่อนมาตลอด ร่วมถึงการใช้ช่องทางนี้ในการหลบหนีความผิดเข้าไปกบดานในประเทศเพื่อนบ้าน

แล้วผู้ได้ประโยชน์มากกว่าชาวบ้านคือใคร ?...ข้ออ้างเรื่องอัตลักษณ์และวิถีชีวิตจึงกลายเป็นปัญหาที่ถูกปล่อยปละละเลยให้หมักหมมมานาน ถ้าเปรียบเป็นคนที่มีชีวิตจิตใจก็น่าจะเป็นมะเร็งร้ายเรื้อรังมานานแล้ว แต่กลับไม่กล้าที่จะรักษาด้วยการผ่าตัดเอาเนื้อร้ายทิ้งไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น