แม้คนไทยจะได้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
หรือ ส.ส. มาแล้วหลายสิบครั้ง แต่ทว่าหลายคนไม่เคยรู้เลยว่า ส.ส.
มีหน้าที่หลักอะไรบ้าง บางคนเข้าใจว่า สส. คือผู้มีหน้าที่หาถนน สระน้ำ
หรือสร้างศาลาริมทางให้ชาวบ้าน บางคนเข้าใจว่า ส.ส. คือผู้หาเงินจำนวนมากๆ เพื่อไปทอดผ้าป่า
ทอดกฐินให้กับวัดในหมู่บ้าน บางคนเข้าใจว่า สส.
มีหน้าที่เป็นประธานในการจุดไฟเผาศพของคนในชุมชน แต่คนจำนวนไม่น้อยมอง ส.ส.
ด้วยสายตาขยะแขยงว่า คนเหล่านี้ก็เป็นแค่นักเลงหัวไม้ ผู้มีอิทธิพลเถื่อน
เจ้าของบ่อนซ่อง และเจ้าของซุ้มมือปืน
หากพูดให้เข้าใจง่ายๆ
แล้ว หน้าที่หลักของ ส.ส. คือการออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
หรือทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ หน้าที่ประการต่อมาคือ
ควบคุมและตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหาร หรือรัฐบาล
ทำหน้าที่พิจารณาจัดสรรงบประมาณแผ่นดินอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรือง
เป็นผู้เลือก ส.ส. ให้ขึ้นไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
และนำเสนอประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้รัฐบาลรับทราบ
เพื่อให้ปัญหาความเดือดร้อนถูกขจัดปัดเป่าให้หายไป
แต่ในความเป็นจริงแล้ว
วิญญูชนในสังคมไทยต่างรู้ดีว่า ในระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ส.ส.
ของไทยมากน้อยเพียงใดที่ได้ทำหน้าที่ของ สส. โดยเคร่งครัด
และเต็มกำลังความสามารถบ้าง แต่ส่วนมากที่เรามักพบเห็นเป็นประจำคือ ส.ส.
ทำตัวไม่ต่างไปจากขี้ข้าของนายทุนเจ้าของพรรคการเมือง แล้วยังพบอีกว่า ส.ส.
ไทยจำนวนไม่น้อยดีแต่พูดพล่ามเพ้อเจ้อ พูดจาโดยปราศจากความรับผิดชอบ
บางคนปั้นน้ำเป็นตัวตลอดเวลา บางคนมีพฤติกรรมไม่ต่างไปจากสมุนทรราช
บางคนรับจ้างยกมือในสภาเพื่อแลกกับเศษเงินโดยไม่นำพาว่าเรื่องที่ตนยกมือสนับสนุนนั้นได้สร้างความพินาศฉิบหายให้ประเทศชาติมากมายมหาศาลเพียงใด
ในอนาคตอันใกล้นี้
เราทุกคนเชื่อกันว่า บ้านเมืองของเราจะมีการเลือกตั้ง ส.ส. กันอีก
แล้วเราก็ยังคงพบเห็นว่า ส.ส.
หลายคนที่เคยสร้างความวิบัติฉิบหายให้กับประเทศไทยอย่างสาหัสมาแล้ว
ต่างก็พากันกลับมาสมัครชิงตำแหน่ง ส.ส. กันอีก
บางคนพูดจาเพ้อเจ้อราวกับคนไร้สติสิ้นปัญญาว่าจะต้องเข้าไปครอบครองตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ
ทั้งๆที่การเลือกตั้งยังไม่บังเกิด และผลการเลือกตั้งก็ยังไม่ปรากฏ
แต่เราก็เห็นกันแล้วว่าในบ้านเมืองของเรามีนักการเมือง ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.
และเป็นอดีตรัฐมนตรีได้แสดงอาการละเมอเพ้อพก พูดจาหาแก่นสารมิได้ราวกับคนเสียสติ
อย่างไรก็ตาม
เราคงปฏิเสธการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ได้ แต่ขอให้ทุกคนโปรดเข้าใจว่า
ผลของการเลือกตั้ง ส.ส. ในบ้านเมืองของเรานั้น
ไม่ใช่เครื่องยืนยันการันตีว่าผู้ที่ได้เป็น ส.ส. คือคนดีมีศีลธรรมไปเสียทุกคน
เพราะเราทุกคนตระหนักมาโดยตลอดว่า ส.ส. จำนวนไม่น้อยของสังคมไทยคือโจรห้าร้อย
เราปล่อยให้โจรห้าร้อยหลายคนได้หลุดรอดเข้าไปเป็น
ส.ส. มาแล้ว แล้วปัจจุบันโจรห้าร้อยจำนวนไม่น้อยต่างก็หวังจะได้กลับไปเป็น ส.ส.
อีก การที่โจรห้าร้อยได้กลับไปเป็น ส.ส. ได้
ก็เพราะมีคนในสังคมของเราเลือกโจรห้าร้อย เพราะฉะนั้น ก่อนจะถึงวันเลือกตั้งในอนาคตนี้
หากเราไม่ต้องการให้โจรห้าร้อยเข้าไปเป็น สส. เราก็ต้องไม่เลือกโจร
แต่ถ้าหากเรายังแยกแยะไม่ออกว่าใครคือโจร
แล้วสนับสนุนให้โจรเข้าไปปล้นประเทศชาติของเรา เราก็ต้องตำหนิตัวเอง
เพราะโจรเข้าไปเป็น ส.ส. ไม่ได้ ถ้าหากประชาชนไม่เลือกโจร
อีกไม่นานเหตุการณ์ในสามจังหวัดก็จบ
เมื่อโจรอยู่ในสภา เมื่อความตายของประชาชนอยู่ในมือของผู้มีอำนาจ นายรอมดอน ปังจอร์
ผู้เสนอตั้ง กมธ.วิสามัญส่งเสริมสันติภาพชายแดนใต้ อ้างกระตุ้นเตือนรัฐ
เดินหน้าโต๊ะพูดคุยกลุ่มเห็นต่างฯ เน้นช่องทางเจรจา ลดและยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ลืมคิดไปหรือไง
เจรจามาหลายครั้งไม่เป็นผลเพราะหมุดหมายสำคัญของกระบวนการคือเอกราชหรือการแบ่งแยกดินแดน
แม้จะยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน
ก็ไม่ได้ทำให้หมุดหมายของกระบวนการแบ่งแยกดินแดนลดน้อยถอยห่าง หรือท่านจะแก้ มาตรา
1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ หรือ 2 ร่วมด้วยที่ว่า
ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
แล้วให้กลุ่มกระบวนการปกครอง 3 จังหวัดแทน
ฟังๆ
ดูแล้ว การยกเลิก พ.ร.ก ฉุกเฉิน
เหมือนจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแบ่งแยกดินแดนหรือเปล่านะ ?

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น