วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2566

ครูช่าง สาขาศิลปหัตถกรรม แกะสลักไม้ และสานกระจูด ชาวนราฯ

ครูช่าง สาขาศิลปหัตถกรรม แกะสลักไม้ และสานกระจูด ชาวนราฯ ภูมิใจ..ได้สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นจากบรรพบุรุษ ชู อัตลักษณ์ภาคใต้ ตามโครงการของศูนย์ศิลปาชีพในพื้นที่

ด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยพสกนิกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในเรื่องของการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะการเป็นครูในด้านศิลปหัตถกรรมประเภทงานเครื่องไม้ และประเภทงานจักสาน ให้คงอยู่คู่กับแผ่นดินไทย และให้อนุรักษ์ไว้ตลอดกาล เพราะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมเชื้อชาติ ศาสนา พี่น้องประชาชนอาศัยอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสวยงาม และอนุรักษ์ไว้มาอย่างยาวนาน

รวมถึงงานครูช่างศิลปหัตถกรรมไทย ที่มีการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคใต้ พร้อมทั้งสืบสานและต่อยอดงานศิลปหัตถกรรมไทยให้คงอยู่คู่สังคมไทยและจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถาบันช่างศิลป์ท้องถิ่น วิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จึงได้สืบสาน สร้างสรรค์ และส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยในทุกมิติอย่างยั่งยืน โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการสืบสานและรักษาภูมิปัญญาเทคนิคครูช่างให้คงอยู่คู่กับจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมไทยชั้นครูในถิ่นภาคใต้ สามารถถ่ายทอดงานหัตถศิลป์ไทยทรงคุณค่า ที่เป็นเอกลักษณ์ทางภูมิปัญญาที่สืบสานผ่านกาลเวลาแก่ลูกหลานในชุมชน

นายเซ็ง อาแว หนึ่งในครูช่างศิลปหัตถกรรม แกะสลักไม้ กล่าวว่า หัตถกรรมแกะสลักไม้ลวดลายมลายูที่ได้ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษรุ่นสู่รุ่น ซึ่งเป็นชาวมลายูในจังหวัดนราธิวาส เกิดจากความศรัทธาในศิลปะมลายูที่เป็นเอกลักษณ์ในถิ่นกำเนิดถิ่นใต้สุดของประเทศไทย ที่มีรากทางวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน จนทำให้ตอนนี้ตนเองมีประสบการณ์มากกว่า 40 ปี

เอกลักษณ์ของงานแกะไม้ของตนเอง คือ การแกะสลักลวดลายเป็นลายดอกมลายู หรือลวดลายอักษรประดิษฐ์ ฝีมือการแกะสลักเนื้อไม้มีความละเอียด สร้างสรรค์ ลวดลายมีความอ่อนช้อยไม่แข็งกระด้างจึงทำให้งานแกะสลักไม้ฝีมือของตนเองเป็นที่เลื่องลือว่ามีความละเอียดอ่อนช้อยดูมีชีวิตชีวา จนทำให้ตอนนี้สามารถนำวิชาที่ได้รับ ทำเป็นอาชีพหลักในการเลี้ยงดูครอบครัวให้เกิดความมั่นคงได้อย่างเป็นอย่างดี

ด้าน พัชรินทร์ บินเจ๊ะมิง ประธานกลุ่มกระจูดบ้านทอนอามาน กล่าวว่า ได้ก่อตั้งกลุ่มกระจูดบ้านทอนอามานมาตั้งแต่ปี 2543 ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 35 คนที่ร่วมคิดร่วมทำกันมาตั้งแต่แรกหลังจากที่ใช้เวลาว่างจากการรับจ้างทำประมงมารวมกลุ่มกันทำงานฝีมือจากต้นกระจูดเพื่อการจำหน่าย โดยอาศัยความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลาน


จากนั้นจึงเริ่มทดลองนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด ปรากฏว่ามีกระแสตอบรับดีมากจึงกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่ช่วยให้สมาชิกมีกำลังใจมุ่งมั่นในการพัฒนางานฝีมือมากขึ้น พร้อมกับการหารูปแบบใหม่ๆ มาเพิ่มความหลากหลายให้แก่ผลิตภัณฑ์ และที่สำคัญต้องพยายามสรรหาไอเดียและรูปแบบการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อรองรับตลาดอยู่เสมอ และด้วยน้ำพระราชหฤทัยจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้พระราชทานความช่วยเหลือให้เข้ารับการอบรมในโครงการศูนย์ศิลปาชีพ จึงส่งผลให้สามารถยกระดับการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพมาตรฐานนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา และพระองค์ท่านยังได้ส่งเจ้าหน้าที่มาฝึกอบรมเพิ่มความรู้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ทำให้ผลิตภัณฑ์ของบ้านทอนเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นด้วยเอกลักษณ์ด้านความงามและความประณีต

เช่นเดียวกันกับนางสาวยามีละห์ ดอเลาะ ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีสานเสื่อกระจูดบ้านโคกพะยอม อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ดีใจ และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ครั้งเสด็จในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ได้มอบรางวัลแก่ตนเองและครอบครัว และให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์จักสานของกลุ่มสตรีเสื่อกระจูดบ้านโคกพะยอม สามารถมีรายได้และต่อยอดอาชีพจนมาถึงปัจจุบัน ให้ตนเองและทุกคนในกลุ่มฯมีรายได้ส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรี กลุ่มสตรีสานเสื่อกระจูดบ้านโคกพะยอมเป็นกลุ่มที่มีลวดลายแปลกตากว่าพื้นที่อื่นๆ เพราะเป็นลวดลายพิเศษ คือ ลวดลายโบราณผสมกับลวดลายพระราชทาน ที่บรรพบุรุษได้ถ่ายทอดให้แก่ลูกหลาน และตอนนี้ความรู้ทั้งหมดสืบทอดไปยังลูกชายคนที่ 1 และ คนที่ 2 ที่ได้สร้างผลงานออกมาและได้รับรางวัลระดับชาติ


ทั้งนี้ กลุ่มวิสาหกิจของแต่ละชุมชนยังคงผลิตทุกชิ้นงานสู่ท้องตลาดด้วยความละเอียดเป็นอย่างมาก ซึ่งจะมีรูปทรงทั้งแบบโบราณและแบบร่วมสมัย ทุกผลิตภัณฑ์จะถูกทำออกมาด้วยมือ ไม่มีการใช้เครื่องจักร หรือเรียกว่าเป็นงานแฮนด์เมด (Hand made) ดังนั้น “ผลิตภัณฑ์กระจูด จึงมีเครื่องการันตีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 5 ดาว และช่างหัตศิลป์ไทยยอดเยี่ยม กลุ่มงานเครื่องจักสาน นอกจากนี้ ยังมีการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดทั้งในและต่างประเทศและมีผู้มารับผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายต่อเพื่อเพิ่มมูลค่าอีกด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น