วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566

สะท้อนภาพความจริง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

กว่า 19 ปีแล้ว สถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และอีก 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง และกลับทวีความรุนแรงขึ้นเป็นช่วงๆ ประชาชนจึงตกอยู่ในความหวาดผวาที่ต้องคอยระแวดระวังตัวทุกเสี้ยววินาทีที่ออกจากบ้าน

แม้หน่วยงานด้านความมั่นคง จะระบุว่าสถานการณ์ในปัจจุบันดีขึ้น แต่ในความเป็นจริง หลายๆ ฝ่ายยังมองว่า แม้จำนวนครั้งที่ก่อเหตุจะลดลง แต่วิธีการและความรุนแรงที่เกิดขึ้นกลับหนักขึ้นกว่าเดิม จึงต้อง มาสะท้อนภาพความจริงกันอีกครั้ง

นอกจากจะทำให้ประชาชนอยู่กันอย่างหวาดผวาแล้ว การประกอบอาชีพก็ทำกันอย่างยากลำบาก เศรษฐกิจในพื้นที่จึงตกต่ำสุดขีด ไร้นักท่องเที่ยว นักลงทุน เพราะขาดความเชื่อมั่นในความปลอดภัย

การช่วยเหลือของรัฐบาลในส่วนของ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ที่พูดกันมาตั้งแต่ปี 2549 ก็ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

ศอ.บต.ได้กำหนดแผนพัฒนาและแนวทางการแก้ไข ปัญหาในทุกๆด้าน โดยเฉพาะความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่ยังคงเป็นไปในรูปแบบเดิม หรือ โครงสร้างเดิมที่ทำกันมา ด้วยการประชุมคณะกรรม-การยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้(กพต.) เร่งผลักดันการดำเนินงานของนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ข้อ 1.5 คือ การสร้างความสงบสุขและความปลอดภัยคืนสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนที่มุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

การดำเนินงานจะสร้างความเป็นธรรม ลดความหวาดระแวง ความไม่มั่นใจในความ ปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ อย่างปกติสุข ประกอบอาชีพสร้างรายได้อย่างมั่นคง

ด้าน จ.ยะลา หยิบยกเรื่อง เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ที่ภาคเอกชนเคยเสนอไว้กับรัฐบาลชุดก่อน มุ่งหวังที่จะช่วยเหลือเป็นขวัญกำลังใจให้กับภาคธุรกิจที่มีสถานประกอบการในพื้นที่ที่ยังคงไม่เป็นรูปธรรม

จุดนี้เองคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พากันมองกันว่า คงเป็นเพราะพื้นที่แห่งนี้ถูกรัฐบาลทอดทิ้งมานาน จนก่อให้เกิดการสร้างเงื่อนไขต่อรอง กับรัฐบาล เมื่อไม่ได้รับการเหลียวแล กลุ่มก่อความ ไม่สงบจึงอ้างถึงความไม่เท่าเทียมกันและไม่มีความเป็นธรรมในสังคม ก่อความไม่สงบขึ้น

ส่งผลให้ประชาชนที่พอมีอันจะกินเกิดความหวาดกลัว ย้ายถิ่นฐานไปหาซื้อบ้านทิ้งไว้ในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงกันมากขึ้น เช่น อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อีกส่วนหนึ่ง แม้ยังทนอยู่เพื่อรอดูสถานการณ์ว่าจะไปในทิศทางใด หากไม่ดีขึ้นก็พร้อมที่จะย้ายออกไปทันที นโยบายการพัฒนาท้องถิ่นจึงต้องสร้างความเชื่อมั่นเรื่องของความปลอดภัยก่อน

ด้าน จ.นราธิวาส ตั้งแต่ปี 47 เป็นต้นมา ต้องยอมรับว่า จำนวนครั้งของการก่อเหตุเกิดขึ้นมากที่สุด ไม่ว่ากรณีโรงเรียนถูกเผายับเยินไปกว่า 20 แห่ง การบุก ปล้นปืนภายในค่ายทหาร ผนวกกับกรณีตากใบ เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมจนทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 107 ศพ เมื่อวันที่ 25 ต.ค.47 และอีกหลายๆครั้งของความรุนแรงที่เกิดขึ้น

นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.นราธิวาส สะท้อนปัญหาว่า จุดเริ่มต้นส่วนหนึ่งมาจากความอยุติธรรม ที่สั่งสมมาในอดีต จนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใช้เป็นแนวทางในการปลุกระดม การใช้หลักศาสนาเป็นเครื่องมือชี้นำกลุ่มเยาวชนไปในทางที่ผิด ปัญหายาเสพติด ปัญหาน้ำมันเถื่อน ปัญหาอิทธิพล ที่ถูกนำมาผสมผสานจนเหตุการณ์บานปลายอย่างที่เห็น

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ อ.ระแงะ ตอกย้ำว่า หลังๆ การก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ส่วนใหญ่เป็นฝีมือของกลุ่มปฏิบัติการแนวร่วมชุดใหม่ ที่ต้องการสร้างผลงานให้ปรากฏ แต่หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารลงพื้นที่เคาะประตูบ้านทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่หวาดกลัว เพื่อสร้างมวลชนสัมพันธ์ และช่วยให้ชาวบ้านมีอาชีพทำกินจนสำเร็จ

ส่งผลให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบทำงานได้ลำบาก ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการก่อเหตุให้สะเทือนขวัญ มากยิ่งขึ้นในทุกวิถีทาง เพื่อทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว ไม่ร่วมมือกับภาครัฐ

นางวรลักษณ์ น้อยสุข ครู ร.ร.บ้านซรายอ อ.สุไหงโก-ลก ชี้ว่า จนท.ฝ่ายความมั่นคงต้องไม่ประมาท เพราะครูมักตก เป็นเป้าโจมตีของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ จึงต้องระมัด ระวังปฏิบัติตามกฎกติกาที่วางไว้ ไม่ให้มีช่องโหว่ให้คนร้ายฉวยโอกาสก่อเหตุได้ แต่แม้จะหวาดกลัวเพียงใด ก็จะเป็นแม่พิมพ์สั่งสอนลูกศิษย์ไม่ทอดทิ้งจนกว่าชีวิตจะหาไม่

ดังนั้น วิถีชีวิตของชาวบ้านแม้จะดูดำเนินไปอย่างเป็นปกติ แต่ลึกๆ ลงไปก็ยังคงมีความหวาดกลัว ระมัดระวังตัวมากขึ้น อย่างเช่น นางสีตีเสาะ แมะนา ชาวสวนยาง อ.จะแนะ ต้องปรับเปลี่ยนเวลาออกไปกรีด ยางพาราช้ากว่าปกติ ราวๆ ตี 4 แถมยังต้องดูแลชีวิตตัวเอง จะหวังพึ่งพาเจ้าหน้าที่ทหารอย่างเดียวคงไม่ได้

นายกุ้ง น้อยสุข ชาวสวนยาง อ.แว้ง เล่าว่า ก่อนเข้าสวนยาง ต้องดูแล้วดูอีกให้แน่ชัดว่า ไม่มีระเบิดแบบเหยียบที่กลุ่มคนร้ายฝังไว้ เพราะหลายๆ รายพลาดท่าเหยียบระเบิดขาขาดไปแล้ว ในชุมชนเอง ก็ต้องรวมกลุ่มตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) ผลัดเวรยามกันดูแลว่ามีใครเข้าออก เป็นหู เป็นตาช่วยเจ้าหน้าที่อีกแรง

สำหรับ จ.ปัตตานี แม้ความถี่ของเหตุการณ์จะเกิดขึ้นน้อยกว่าพื้นที่อื่น แต่ นายบุญสม ทองศรี-พราย ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชี้ว่า ช่วงปี 47 ถึงปัจจุบัน เหตุการณ์ความไม่สงบก็ทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษารู้สึกตกอยู่ท่ามกลางความไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะการต้องสูญเสียชีวิตเพื่อนครูไปถึง 148 คน

แต่ก็ต้องยึดมั่นอุดมการณ์ทำหน้าที่ไม่หนีไปจากถิ่นเกิด วาดหวังทำให้เด็กในพื้นที่เสี่ยงภัยได้รับโอกาสทางการศึกษา ช่วยให้คุณภาพการศึกษาขยับจากลำดับท้ายสุดของประเทศขึ้นมาในลำดับที่ดีกว่า อีกทั้งเห็นว่าการนำการศึกษาเข้ามาใช้แก้ปัญหาน่าจะถูกจุด ของขวัญปีใหม่ที่ครูอยากได้คือ ความปลอดภัยและการไม่สูญเสียเพื่อนครูอีก

โต๊ะอิหม่ามมัสยิดกลาง ประจำ จ.ปัตตานี เผยว่า คนใน 3 จังหวัดชายแดน ภาคใต้ดำเนินชีวิตตามหลักศาสนาและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งพุทธ อิสลาม และจีน มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ศาสนาอิสลามไม่ได้สอนให้ทำเช่นนั้น สอนแต่ให้เป็นคนดี สร้างกุศลผลบุญให้มากที่สุด เหตุที่เกิดขึ้น จึงสวนทางกับหลักคำสอนศาสนา

ย้อนไปดูสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ที่มี พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ เป็นผู้บัญชาการ สรุปไว้ ในปี 2550 มีการก่อเหตุขึ้นมากที่สุด 2,475 ครั้ง ส่วนปีอื่นๆ เกิดขึ้นรายวัน วันละประมาณ 3-4 ครั้ง ทั้งเหตุยิงกัน วางระเบิด วางเพลิง และก่อกวนในรูปแบบต่างๆ

ภาพรวมนี้ชี้ชัดว่า ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคุกรุ่น แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ศอ.บต. ส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ จะร่วมกันบูรณาการการทำงานแล้วก็ตาม แต่ที่ยังไม่สะเด็ดน้ำเหตุการณ์ไม่สงบ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากงานข่าวของทางราชการ ซึ่งระยะหลังๆ ต้องยอมรับว่าไม่มีประสิทธิภาพ

ปล่อยให้มีการก่อเหตุ สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินต่อเนื่อง รัฐบาลต้องหันกลับมาพัฒนางานข่าวครั้งใหญ่ ทั้งในส่วนของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ฝ่ายทหาร ตำรวจสันติบาล ไม่เว้นแม้ฝ่ายปกครองที่อยู่ใกล้ชิดพื้นที่

ไม่เช่นนั้น แม้จะทุ่มงบประมาณลงไปเพียงใด หรือเพิ่มกำลังทหารลงพื้นที่มากขึ้นเท่าใด หากเราไม่รู้เขา แต่เขารู้เรา” การก่อเหตุความรุนแรงทำให้ ประชาชนหวาดผวาคงสงบลงได้ยาก.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น