พื้นที่
จชต. เป็นพื้นที่พิเศษ ที่ต้องใช้การผสมผสานกฎหมายทั้งข้อดีและข้อเสียเข้าด้วยกัน และผู้เขียนเอง
ก็เป็นคนในพื้นที่แห่งนี้ เดินทางไปไหนมาไหนไม่เคยคิดเลยว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรามีการประกาศใช้กฎอัยการศึก
ยิ่งชาวบ้านทั่วไปที่ตั้งหน้าทำมาหากินเลี้ยงชีพหาเช้ากินค่ำ แทบไม่มีผลกระทบใดๆ
เลย ไปถามไม่รู้จักด้วยซ้ำอะไร คือกฎอัยการศึก
ในความรู้สึกส่วนตัวแล้ว
อาจจะมีผลกระทบนิดหน่อย ก็ตรงที่มีการตั้งด่านเหมือนกับดอกเห็ด ในการตรวจตรารถรา ที่สัญจรผ่านไปมาในแต่ละวัน
เป็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
แต่ชาวบ้านทั่วไปต่างยอมรับได้
เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของคนในสังคมโดยรวม และเป็นภาพชินตาไปแล้ว ที่ด่านเหล่านี้อยู่คู่กับวิถีชีวิตชาวบ้าน
กฎหมายพิเศษในการแก้ไขปัญหา
3 จังหวัดชายแดนใต้ มีการใช้กฎหมาย 3
ฉบับด้วยกัน
-
ฉบับที่ 1 พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457
เป็นกฎหมายที่เน้นความรวดเร็วเพื่อประโยชน์ในการระงับเหตุการณ์ร้ายแรงให้สงบโดยเร็ว
-
ฉบับที่ 2 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช 2548
เป็นกฎหมายที่เน้นการป้องกันและปรับเปลี่ยนทัศนคติให้กับผู้หลงผิด
-
ฉบับที่ 3 พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พุทธศักราช 2551
เป็นกฎหมายที่เน้นการเปิดโอกาสให้คนที่กระทำความผิด สามารถกลับตัวกลับใจ เข้ามาร่วมพัฒนาประเทศได้
การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่
ในการแก้ไขปัญหาไฟใต้
ไม่ได้มีกดดันหรือสร้างผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่เลย
มีการนำกฎหมายเพียงบางส่วนมาบังคับใช้กับผู้ที่กระทำความผิด และอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานเท่านั้น
ประชาชนต่างรอคอยและเรียกหา
ในการนำพาสันติสุขกลับคืนมา ณ ดินแดนปาตานีแห่งนี้ ดินแดนแห่งพหุวัฒนธรรม
ภาพแห่งการอยู่ร่วมกันฉันท์พี่น้องของพี่น้องต่างศาสนา
ทุกคนต่างอดทนและได้รับความเดือดร้อนจากการก่อเหตุของกลุ่มโจรใต้
พร้อมสนับสนุนการใช้กฎหมายพิเศษ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น นำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย
เพื่อก้าวไปสู่ฝัน..สันติสุข ร่วมกัน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น