แม่ทัพภาคที่ 4
เผยแนวทางปรับลดกำลังทหาร 3 จชต. ย้ำหากสถานการณ์กลับเป็นปกติ
การใช้กำลังทหารก็จะค่อยหมดไปพื้นที่
เมื่อ
1 ก.ค.66 พลโท ศานติ สกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 เปิดเผยถึง
แนวทางปรับลดกำลังทหาร 3 จชต.ว่า
สถานการณ์ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมากว่า 19 ปี นับตั้งแต่ปี
2547-2565 กองทัพภาคที่ 4 ได้ใช้กำลังทหารเป็นกำลังหลัก รวมทั้งได้เพิ่มเติมกำลังทหารจากกองทัพภาคที่
1-3 เพื่อเข้ามาควบคุมสถานการณ์และยุติสภาพปัญหา
โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้าใจ ปรับทุกข์ ผูกมิตร
และช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่างๆ จนสามารถสร้างความเชื่อมั่น
และไว้วางใจต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งผลให้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงและมีแนวโน้มพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ
จนเข้าสู่ระยะที่
2 ตั้งแต่ปี 2554 - ปัจจุบัน แนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
กองทัพได้มุ่งเน้นเสริมสร้างประสิทธิภาพให้กำลังฝ่ายพลเรือนและกำลังตำรวจ
ด้วยการเพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจ 1,700 นาย จัดตั้งเป็นหมวดปฏิบัติการพิเศษ
ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในเขตพื้นที่เมืองทั้ง 37 อำเภอ
และการเพิ่มอัตรากำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนกว่า 7,000 นาย
จัดตั้งเป็นชุดคุ้มครองตำบล 164 ชุด
ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในหมู่บ้าน/ชุมชนโดยปฏิบัติงานร่วมกับกำลังภาคประชาชน
เพื่อช่วยดูแลพื้นที่แทนกำลังทหารที่ได้
ทะยอยถอนกำลังกลับที่ตั้งปกติโดยเฉพาะทหารจากกองทัพภาคที่ 1-3
ได้ถอนกำลังกลับทั้งหมดตั้งแต่ปี 2559-2560
รวมทั้งได้ทยอยปรับลดอัตรากำลังจากหน่วยต่างๆ ในโครงสร้างของกอ.รมน.ภาค 4
ส่วนหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในทุกๆปี
ส่งผลให้ ขณะนี้สามารถปรับลดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ลงได้แล้วจำนวนกว่า
20,000 นาย
นอกจากนี้
แม่ทัพภาคที่ 4 ยังเปิดเผยถึง การเตรียมแผนการปรับลดอัตรากำลังในห้วง 5 ปีต่อไป
โดยจะทะยอยปรับลดกำลังทหารพรานจากกองทัพภาคที่ 1-3
กลับที่ตั้งปกติทั้งหมดควบคู่ไปกับการปรับลดพื้นที่ประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน
ซึ่งตั้งเป้าจะให้หมดสิ้นไปภายในปี 2570
สำหรับกำลังของกองทัพภาคที่
4 และกำลังในส่วนอื่นๆ
ก็จะทะยอยปรับลดหรือปรับเปลี่ยนภารกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ตามห้วงระยะเวลา
ทั้งนี้
หากสถานการณ์พัฒนาเข้าสู่สภาวะปกติ ความจำเป็นในการใช้กำลังทหารก็จะค่อยๆหมดสิ้นไปในที่สุด...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น