ยกระดับอำเภอเบตง
เป็นเมืองท่องเที่ยว Net
Zero
ตั้งแต่หลังโรคระบาดโควิดผ่านพ้น
“เมืองเบตง” ได้ยกสถานะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญในระดับอนุภูมิภาคอย่างแท้จริง
ภาคส่วนต่างๆ
ในพื้นที่ก็พยายามจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยว
เพื่อให้เบตงเป็นจุดหมายปลายทางของผู้คน ไม่จำกัดแค่เฉพาะอาเซียน เอเชีย
แต่เป็นทั่วโลก
ล่าสุด
มีแผนพัฒนาสู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ด้วย ซึ่งนับว่าสอดรับกับทิศทางของโลก
และไทยเองก็ประกาศเป้าหมายในระดับประเทศเอาไว้ ซึ่งหากเบตงทำได้
จะถือเป็นการนำร่องและท้าทายเมืองท่องเที่ยวใต้สุดสยามอย่างแท้จริง หนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่เบตง
ซึ่งจัดในช่วงนี้ก็คือ การแข่งขันวิ่ง พิชิตสกายวอล์ค
เมื่อวันอาทิตย์ที่
4 มิ.ย.66 ที่โรงเรียนบ้านวังใหม่ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา พ.จ.ท.อนันต์
บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดการแข่งขันวิ่ง lyerweng Fun
Run 2023 พิชิตสกายวอล์ค
ภายใต้โครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในตำบล ประจำปี 2566
เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในตำบลอัยเยอร์เวง และกระตุ้นเศรษฐกิจ
ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยใช้กีฬาวิ่งเป็นสื่อนำ ซึ่งได้รับความสนใจจากบรรดานักวิ่งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมวิ่งกว่า
600 คน
โดยตลอดเส้นทาง
5.7 กิโลเมตร นักวิ่งจะต้องวิ่งฝ่าสายหมอกยามเช้า อากาศเย็น ผ่านสวนผลไม้
สวนทุเรียน สวนยางพารา และเนินเขาสูง เพื่อพิชิตสกายวอล์คทะเลหมอกอัยเยอร์เวง
แลนด์มาร์คใหม่ของเบตง โดยมีชาวบ้านในพื้นที่ออกมายืนถือป้ายให้กำลังใจนักวิ่ง
สำหรับประเภทการแข่งขัน
Fun
run ชาย 5.7 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่ อายุ 15-19 ปี อายุ 20-29 ปี
อายุ 30-39 ปี อายุ 40-49 ปี อายุ 50-59 ปี อายุ 60 ปีขึ้นไป
ส่วน
Fun
run หญิง เริ่มตั้งแต่อายุ 15-19 ปี อายุ 20-29 ปี อายุ 30-39 ปี
อายุ 40-49 ปี อายุ 50 ปีขึ้นไป โดยผู้ชนะอันดับ 1-3 ชายและหญิง (overall) ได้รับเงินรางวัลพร้อมโล่รางวัล จำนวน 5,000 บาท, 3,000
บาท และ 2,000 บาทตามลำดับ ผู้ชนะลำดับ 1-3 ของแต่ละรุ่นอายุ ชายและหญิง
ได้รับโล่รางวัล และผู้ที่เข้าเส้นชัย 100 คน โดยแบ่งเป็นหญิง 50 คนแรก และชาย 50
คนแรก จะได้รับของที่ระลึก
รร.สังวาลย์วิท
5 เบตง เกี่ยวข้าวเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
เมื่อเร็วๆนี้
ที่แปลงนาสาธิตศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนสังวาลย์วิท 5 ต.ยะรม
อ.เบตง จ.ยะลา นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง
เป็นประธานเปิดกิจกรรมเกี่ยวข้าวกับชาวสังวาลย์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566
ตามโครงการการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษาโรงเรียนสังวาลย์วิท 5
เพื่อให้นักเรียนได้เห็นคุณค่าและตระหนักถึงความสำคัญของข้าว
เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน
และนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน
สร้างโอกาสการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การปลูกข้าวทำนาดำ ระหว่างผู้บริหาร ครู
นักเรียนผู้ปกครองและชุมชน จนกระทั่งการเก็บเกี่ยวผลผลิต
ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาของชาวนา
กิจกรรมครั้งนี้
มี ร.ต.อ.สิทธิพงศ์ เหมกุสุมา นายก อบต.ยะรม นางสาวคาดียะห์ อามานะกุล
ผู้อำนวยการโรงเรียนสังวาลย์วิท 5 หัวหน้าส่วนราชการ ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ปกครอง
คณะครู นักเรียน เข้าร่วมอย่างคับคั่ง
นางสาวคาดียะห์
กล่าวว่า โรงเรียนสังวาลย์วิท 5 เป็นโรงเรียนในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
(โรงเรียนสมเด็จย่า) ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ
และเป็นโรงเรียนคุณภาพของชุมชน ประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลาเขต
3 ทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน
ได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติเพื่อพัฒนาตนเอง เป็น
"ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา"
“เรานำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้เป็นรูปธรรมหลากหลายรูปแบบ
ประกอบด้วย การเลี้ยงปลาในบ่อดิน การปลูกพืชผักสวนครัว การเพาะเห็ดนางฟ้า
การทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ การปลูกข้าว ทำนาดำในแปลงนาสาธิต บนพื้นที่ประมาณ 200
ตารางวา รวมถึงการปลูกผลไม้ตามฤดูกาล ได้แก่ เงาะ มังคุด ทุเรียน ลองกอง กล้วย
ขนุน กระท้อน มะยงชิด มะละกอ และต้นอ้อย บนพื้นที่ของโรงเรียนรวม 24 ไร่ 3 งาน
ส่งผลให้ผู้บริหาร ครู และนักเรียนสามารถเข้าถึงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และมีทักษะการดำรงชีวิต หรือ living ski) และทักษะชีวิตหรือ life
skill ได้อย่างแท้จริง”
ผอ.โรงเรียนสังวาลย์วิท 5 กล่าวอีกว่า ในส่วนของแปลงนาสาธิตของโรงเรียน จัดทำขึ้นเพื่อให้นักเรียนได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวนา เนื่องจาก อ.เบตง ไม่มีแปลงข้าว มีแต่สวนยางพาราและสวนผลไม้ต่างๆ จึงอยากให้นักเรียนได้เห็นว่ากว่าจะมาเป็นข้าวที่เราได้กินกัน มีที่มาที่ไปอย่างไร จะได้ทราบถึงประโยชน์และมีคุณค่าของข้าวต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้เรียนรู้การปลูกข้าวดำนาจากครูภูมิปัญญาท้องถิ่นและปราชญ์ชาวบ้าน รู้ถึงขั้นตอนในการสีข้าวและเก็บไว้เพื่อใช้บริโภค สำหรับเป็นอาหารกลางวันให้กับนักเรียน
“แปลงนาสาธิตศูนย์การเรียนรู้ฯ
โรงเรียนสังวาลย์วิท 5 ได้รับการการสนับสนุนเมล็ดข้าวพันธุ์ช่อขิง จาก
ผอ.โรงเรียนบ้านกระอาน อ.เทพา จ.สงขลา
เพื่อใช้เป็นต้นกล้าในการเพาะปลูกข้าวในครั้งนี้ โดยมี นางละออ ฉีดเสน
ปราชญ์ชาวบ้านมาร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้กับนักเรียน
ซึ่งข้าวช่อขิงเป็นพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของอำเภอเทพา จ.สงขลา ลักษณะของข้าวเมื่อสีออกมาแล้วจะมีสีแดงคล้ายๆ
ข้าวสังข์หยด และมีคุณค่าทางธาตุอาหารสูงกว่าข้าวหอมมะลิหลายเท่าตัว
เป็นข้าวเกษตรอินทรีย์ 100% เป็นพันธุ์ข้าวดั้งเดิม การสีก็สีข้าวแบบข้าวกล้อง
เมื่อหุงออกมาแล้วจะมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว”
ลุยพัฒนา
“เบตง” สู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์
ที่โรงแรมการ์เด้น
วิว เบตง นายบุญชัย เลี้ยงภิรมย์ภักดี ปลัดอำเภอเบตง
เป็นประธานเปิดการจัดเวทีประชุมทิศทางการจัดการเบตง
เพื่อมุ่งสู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ โดยมี ผศ.ดร.เกสรี ลัดเลีย
รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ผศ.ดร.ชินีเพ็ญ
มะลิสุวรรณ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาชายแดนภาคใต้ ผู้ทรงคุณวุฒิภาครัฐ
ภาคเอกชน ภาคประชาชน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ผศ.ดร.ชินีเพ็ญ
กล่าวว่า การประชุมทิศทางการจัดการเบตงเพื่อมุ่งสู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์
เป็นกิจกรรมจากโครงการวิจัย
ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
หรือที่เรียกกันในนาม “บพข.” เพื่อประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของกิจกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมุ่งสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์
อีกทั้งเพื่อพัฒนาการจัดการโซ่อุปทานการท่องเที่ยวเมืองเบตง
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวที่มุ่งสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์
เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ตลอดจนส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์เชิงรุก
และนำเสนอกลไกการจัดการท่องเที่ยวต้นแบบเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน
ภายในงานมีกิจกรรมงานแสดงนิทรรศการ
บูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในพื้นที่ การเสวนา
“ทิศทางการจัดการเบตงเพื่อมุ่งสู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์” เสวนา
“ถอดบทเรียนความสำเร็จชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี”
และเวทีเสวนาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายเวที






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น