สามัคคี
ดำรงอยู่ในหลักศาสนา และพหุวัฒนธรรมที่งดงามของไทย
ประเทศไทยเป็นบ้านแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา
พี่น้องชาวไทยไม่ว่าจะนับถือศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์ หรือศาสนาอื่น ๆ
ต่างก็อยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินเดียวกันมาช้านาน
ความแตกต่างด้านความเชื่อจึงมิได้เป็นอุปสรรค
หากแต่กลับกลายเป็นพลังที่สร้างความงดงามและเอกลักษณ์เฉพาะให้แก่สังคมไทย
สิ่งที่เป็นรากฐานสำคัญคือ “ความสามัคคี” ที่ดำรงอยู่ในคำสอนของทุกศาสนา
ซึ่งล้วนสอนให้มนุษย์ประพฤติดี มีคุณธรรม และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติ
ประเพณีสารทเดือนสิบ
: สายใยแห่งกตัญญู
หนึ่งในวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงคุณค่าทางศาสนาและสังคมของพี่น้องไทยพุทธ
คือ ประเพณีสารทเดือน 10 ที่จัดขึ้นในภาคใต้
เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ ผู้ล่วงลับ
และเพื่อสืบทอดประเพณีอันดีงามจากรุ่นสู่รุ่น
การทำบุญในวันสารทเดือนสิบมิใช่เพียงการถวายข้าวปลาอาหารแด่พระสงฆ์
หากยังเป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ภายในครอบครัว
ญาติพี่น้องได้กลับมาพบปะเยี่ยมเยียนกัน เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความสามัคคี
แม้ประเพณีนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชาวพุทธ
แต่พี่น้องไทยมุสลิมและคริสต์ในชุมชนเดียวกันต่างก็เคารพและเข้าใจ เพราะตระหนักว่าแก่นแท้ของประเพณีคือความกตัญญู
ซึ่งเป็นคุณธรรมสากลที่ทุกศาสนาล้วนให้ความสำคัญ ความเข้าใจและการยอมรับนี้แสดงถึงความงดงามของพหุวัฒนธรรม
ที่แม้จะมีความแตกต่าง แต่ทุกคนก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน
ศาสนากับความสามัคคี
ทุกศาสนามีหลักคำสอนที่คล้ายคลึงกันในด้านคุณธรรม
เช่น ความเมตตา การให้อภัย การช่วยเหลือผู้อื่น และการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
-
ศาสนาพุทธ
สอนให้ละชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์
-
ศาสนาอิสลาม
สอนให้ศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า ปฏิบัติตามศาสนบัญญัติ และยึดถือความยุติธรรม
-
ศาสนาคริสต์
เน้นความรักและการเสียสละเพื่อผู้อื่น
เมื่อประชาชนปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาตนเองอย่างจริงใจ
ก็จะเกิดความสงบในใจ และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นโดยไม่เบียดเบียนกัน
ความสามัคคี จึงมิได้เกิดจากการละทิ้งความเชื่อของตน
แต่เกิดจากการเคารพในความแตกต่างและยึดถือคุณธรรมร่วมกันเป็นฐาน
ประเทศไทย
: แผ่นดินแห่งเสรีภาพทางศาสนา
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เปิดกว้างด้านเสรีภาพทางศาสนาอย่างแท้จริง
ประชาชนมีสิทธิในการนับถือและปฏิบัติศาสนกิจของตนโดยไม่มีการบีบบังคับหรือกีดกัน
รัฐบาลและสังคมไทยให้โอกาสอย่างเท่าเทียม ทั้งการสนับสนุนด้านการศึกษา ศาสนสถาน
และกิจกรรมทางศาสนาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบวช การถือศีลอด
หรือการประกอบพิธีทางคริสต์ ล้วนได้รับการเคารพและสนับสนุน
ภาพของชุมชนที่มีทั้งวัด
มัสยิด และโบสถ์ตั้งอยู่ในละแวกเดียวกัน เป็นเครื่องพิสูจน์ชัดเจนว่า
สังคมไทยยอมรับและให้เกียรติซึ่งกันและกัน
การอยู่ร่วมกันโดยไม่แบ่งแยกศาสนากลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้ประเทศไทยแตกต่างจากหลายประเทศในโลก
แตกต่าง
แต่ไม่แตกแยก
คำกล่าวนี้สะท้อนความจริงของสังคมไทยได้อย่างชัดเจน
ความแตกต่างทางความเชื่อ ศรัทธา และประเพณี มิได้เป็นปัญหา หากทุกคนมีความเข้าใจ
เคารพ และให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ความแตกต่างจึงกลายเป็นความงดงามที่เสริมสร้างพลังทางสังคม
ในหลายพื้นที่ของไทย
เราจะพบเห็นภาพพี่น้องชาวพุทธและมุสลิมช่วยเหลือกันในการทำมาหากิน
แบ่งปันความสุขและความทุกข์ซึ่งกันและกัน เช่น
ชาวมุสลิมร่วมอวยพรงานแต่งงานของพี่น้องพุทธ
หรือชาวพุทธแสดงน้ำใจช่วยเหลือในช่วงเดือนรอมฎอน สิ่งเหล่านี้สะท้อนชัดว่า “สามัคคีมิใช่คำพูด
หากเป็นการกระทำที่เกิดจากหัวใจ”
พหุวัฒนธรรม
: กุญแจสู่ความมั่นคง
ในโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง
พหุวัฒนธรรมคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ประเทศอยู่รอดและมั่นคง
ความสามัคคีที่ตั้งอยู่บนความหลากหลาย มิได้เพียงช่วยป้องกันความขัดแย้ง
แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนให้สังคมก้าวหน้า เพราะทุกศาสนา ทุกวัฒนธรรม
ต่างมีคุณค่าและภูมิปัญญาที่สามารถหลอมรวมกันเพื่อสร้างสังคมที่ดีกว่าได้
รู้จัก วันสารทไทย หรือ ชิงเปรต ประเพณีบุญสำคัญของภาคใต้...
ความสามัคคีที่ดำรงอยู่ในหลักศาสนา
และความเข้าใจในพหุวัฒนธรรม คือหัวใจของการอยู่ร่วมกันในสังคมไทย
ประเพณีสารทเดือนสิบเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า
แม้จะมีความแตกต่างทางศาสนา แต่ทุกคนสามารถเคารพซึ่งกันและกันได้
ประเทศไทยเป็นแผ่นดินที่เปิดโอกาสให้ทุกศาสนามีเสรีภาพ และอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
แตกต่าง
แต่ไม่แตกแยก
คือคำจำกัดความของพหุวัฒนธรรมไทย ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าและความงดงาม
ความสามัคคีที่ตั้งอยู่บนหลักศาสนาและคุณธรรมคือเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด
ที่จะทำให้ประเทศไทยดำรงอยู่อย่างมั่นคงและสงบสุขตราบนานเท่านาน.





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น