วิถีเมืองปัตตานี...สังคมแห่งพหุวัฒนธรรม
แม้ว่าปัตตานีจะเป็นหนึ่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ซึ่งเกิดสถานการณ์ความไม่สงบอยู่เนือง ๆ
จนต้องมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ปัตตานี เป็นเมืองพหุวัฒนธรรม ที่ชาวไทยพุทธ-มุสลิม คริสต์
และคนไทยเชื้อชาติจีน อาศัยอยู่ร่วมกันและใช้ชีวิตแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย
ด้วยกันอย่างลงตัว
อย่างเช่นในเช้าตรู่ของทุกๆ
วัน ชาวพุทธจะยืนรอตักบาตรพระสงฆ์สูงอายุรูปหนึ่ง
ที่มารับบาตรโดยนั่งรถสามล้อถีบพ่วงที่มีคนขี่เป็นชายชาวมุสลิม แสดงให้เห็นถึงความเป็นพี่น้องกัน
(SATU
PADU) เป็นภาพที่เจนตาแก่ผู้ที่ผ่านไปมาบนถนนบริเวณในเมืองปัตตานี
ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยให้ความสะดวกและดูแลความปลอดภัยเป็นระยะๆ
แม้คนไทยทั่วประเทศจะมองว่า
จังหวัดชายแดนภาคใต้อันตรายและน่ากลัว แต่ผู้คนก็ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวัน ยังคงออกจากบ้านมาเพื่อประกอบอาชีพ
เข้าร้านเพื่อรับประทานอาหาร ออกมาจับจ่ายใช้สอยในตลาดเป็นปกติ
ส่วนชาวประมงก็ยังคงหาปลา เด็กยังคงเล่นและอยากรู้อยากเห็นตามประสา ในเวลาเย็น
ผู้คนยังออกมาเดินเล่นเหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศไทย
ปัตตานียังคงความเข้มแข็งของชุมชนนอกจากจะเป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาชุมชนในด้านต่าง
ๆ ได้อย่างยั่งยืนแล้ว ยังช่วยเป็นเกราะกำบังให้กับชุมชนห่างไกลยาเสพติด
และไม่ตกเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่หวังดี แม้มีความต่าง แต่ทุกๆ
ศาสนาล้วนสอนให้ทุกคนเป็นคนดี และอยู่อย่างไม่เบียดเบียนกัน คนมุสลิมภูมิใจในมัสยิด
ชาวพุทธภูมิใจในวัด ชาวคริสต์ภูมิใจในโบสถ์ และชาวจีนภูมิใจในศาลเจ้า
หากมีกิจกรรมและงานประเพณีต่าง ๆ
ก็จะทำกิจกรรมร่วมกันมาโดยตลอดโดยอยู่บนพื้นฐานของหลักศาสนาและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน
และอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติสุข ไม่ว่าจะเป็นไทยพุทธ,ไทยมุสลิม,คริสต์ และคนไทยเชื้อชาติจีน
ความงดงามทางวัฒนธรรมยังได้ถูกถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังจากรุ่นสู่รุ่น
พ่อแม่ปู่ย่าตายายล้วนปลูกฝังถึงความผูกพันที่มีร่วมกันมาแต่โบราณ
สั่งสอนลูกหลานว่า พุทธ,คริสต์,อิสลาม
หรือแม้แต่ผู้ที่นับถือศาสนาอื่นต้องไม่ทิ้งกัน ที่สำคัญเรายังมีองค์พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก
จึงแน่ใจได้ว่า สันติสุขจะยังอยู่คู่กับชุมชนพหุวัฒนธรรมแห่งนี้อีกนานเท่านาน…

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น