รอมฎอน : เดือนแห่งความเมตตา
ไม่ใช่เดือนแห่งความรุนแรง
เดือนรอมฎอน
คือเดือนอันประเสริฐ ที่องค์อัลลอฮ์ประทานลงมาเพื่อชำระหัวใจของมนุษย์ให้สะอาด
บ่มเพาะความอดทน ความเมตตา และความสำนึกผิดชอบชั่วดี
เป็นเดือนที่พี่น้องมุสลิมทั่วโลกต่างถือศีลอด ละหมาดตะรอเวียะห์ อ่านอัลกุรอาน
และหันกลับมาทบทวนตนเองอย่างลึกซึ้ง
อัลลอฮ์ทรงกำหนดให้เดือนนี้เป็นช่วงเวลาแห่ง
“ตักวา” คือความยำเกรงและความสำนึกต่อพระองค์ ไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งความโกรธแค้น
ไม่ใช่เดือนแห่งการทำร้ายผู้บริสุทธิ์
และไม่ใช่เดือนแห่งการสร้างความหวาดกลัวในสังคม
ศาสนาอิสลามกับคุณค่าของชีวิตมนุษย์
ศาสนาอิสลามให้ความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์อย่างสูงสุด
ไม่ว่าจะเป็นเด็ก สตรี คนชรา หรือผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่าง
ล้วนมีศักดิ์ศรีและสิทธิที่ต้องได้รับการคุ้มครอง
ท่านศาสดา
มุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้สั่งสอนไว้อย่างชัดเจนว่า
ห้ามทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ห้ามทำลายทรัพย์สิน ห้ามละเมิดสิทธิของผู้อื่น
แม้ในยามสงครามก็ยังต้องคุ้มครองเด็ก สตรี และผู้ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการต่อสู้
แล้วเหตุใดในเดือนอันประเสริฐ
บางคนจึงยังเลือกเส้นทางแห่งความรุนแรง?
เหตุใดบางกลุ่ม จึงอ้างศาสนาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการวางระเบิด
เผาทรัพย์สิน ทำร้ายประชาชน หรือสร้างความแตกแยกในชุมชน?
การกระทำเช่นนั้นไม่ใช่
“ญิฮาด” ตามหลักศาสนา แต่คือการละเมิดหลักคำสอนอย่างร้ายแรง
และเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของอิสลามเอง
ในสังคมที่หลากหลาย
ความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องธรรมดา อิสลามสอนให้ใช้สติปัญญา ใช้การปรึกษาหารือ
(ชูรอ) และใช้ถ้อยคำที่ดีในการถกเถียง ไม่ใช่ใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือ
ผู้ที่มีความคิดเห็นต่างทางการเมือง
ต่างแนวคิด หรือแม้แต่ต่างศาสนา ไม่ใช่เป้าหมายของการทำร้าย
แต่คือเพื่อนมนุษย์ที่ควรได้รับการปฏิบัติด้วยความยุติธรรม
การเผาทรัพย์สินของชาวบ้าน
การทำลายสถานประกอบการ การทำให้เด็กต้องกำพร้า สตรีต้องสูญเสียสามี
หรือพ่อแม่ต้องสูญเสียลูก ไม่เคยเป็นหนทางสู่สันติภาพ
หากแต่เป็นการซ้ำเติมบาดแผลของสังคม
รอมฎอน :
โอกาสแห่งการกลับตัว
รอมฎอนไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อการอดอาหารและน้ำ
แต่คือการอดกลั้นจากความโกรธ
ความเกลียดชัง และความหลงผิด
สำหรับผู้ที่เคยหลงทาง
เคยเข้าไปพัวพันกับการสร้างความวุ่นวาย เคยถูกชักจูงด้วยวาทกรรมที่บิดเบือนศาสนา
เดือนนี้คือโอกาสสำคัญในการกลับตัว ไม่มีประตูแห่งการอภัยที่ปิดตาย
ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ
การสำนึกผิด
(เตาบะห์) อย่างจริงใจ คือการหยุดการกระทำที่ผิด ยอมรับความจริง
และตั้งใจไม่กลับไปทำอีก การคืนสู่สังคมอย่างสงบ
คือการพิสูจน์ว่าศาสนาอิสลามคือศาสนาแห่งความเมตตา ไม่ใช่ความรุนแรง
- ปกป้องเดือนอันประเสริฐจากการถูกบิดเบือน
- อย่าให้เดือนรอมฎอนถูกจดจำด้วยเสียงระเบิด
- อย่าให้ค่ำคืนแห่งละหมาดตะรอเวียะห์ต้องปะปนกับเสียงไซเรน
- อย่าให้คราบน้ำตาของเด็กกำพร้ามาทดแทนความสุขของวันอีด
ชุมชน
ผู้นำศาสนา เยาวชน และครอบครัว ต้องร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด
ไม่ปล่อยให้ใครบิดเบือนหลักศาสนาไปใช้เพื่อเป้าหมายทางการเมืองหรือความเกลียดชัง
รอมฎอนคือเดือนแห่งอัลกุรอาน
ซึ่งอัลกุรอานคือคัมภีร์แห่งทางนำและสันติภาพ ไม่ใช่คู่มือแห่งความรุนแรง
- ขอให้รอมฎอนปีนี้
เป็นเดือนแห่งการตื่นรู้
- ขอให้รอมฎอนปีนี้
เป็นเดือนที่ผู้หลงผิดได้สำนึก
- เป็นเดือนที่ผู้โกรธแค้นได้ให้อภัย
- เป็นเดือนที่ผู้คิดจะก่อเหตุ
ได้หยุดคิดและย้อนถามหัวใจตนเอง
แท้จริงแล้ว ความยิ่งใหญ่ไม่ได้อยู่ที่การสร้างความหวาดกลัว แต่อยู่ที่การเอาชนะความมืดในหัวใจของตนเอง
หากเรารักอิสลามจริง เราต้องปกป้องอิสลามจากการถูกใช้เป็นข้ออ้างในการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ให้รอมฎอนปีนี้ เป็นเดือนแห่งสันติภาพ เป็นเดือนแห่งความเมตตา และเป็นเดือนแห่งการกลับคืนสู่หนทางที่แท้จริงของอิสลาม เพราะอิสลามคือสันติภาพ และสันติภาพต้องเริ่มต้นจากหัวใจของเราเอง 🌙

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น